อุทยานแห่งชาติภูเรือ

อุทยานแห่งชาติภูเรือ

อุทยานแห่งชาติภูเรือ

อุทยานแห่งชาติภูเรือ

ในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยว ต้องยกให้ภูเรือเป็นหนึ่งในสุดยอดแห่งความนิยมที่ครองใจคนไทยมานานหลายสิบปี จนถึงทุกวันนี้แม้จะที่ท่องเที่ยวใหม่ๆเปิดตัวกันมาก แต่พอถึงฤดูหนาวปั๊บ  โปรแกรมเที่ยวภูเรือจะไปปรากฎในใจผู้คนโดยอัตโนมัติ เพราะคนไม่น้อยล้วนมีประสบการณ์กับภาพอันงดงามของภูแห่งนี้ และ เลือกที่จะกลับมาพบกับความสวยที่แน่นอนที่มีอยู่มากกว่าไปเสี่ยงกับที่เที่ยวที่ไม่คุ้นเคย อุทยานแห่งชาติภูเรือ  “ภูเรือ” เราจะรู้จักดีในนาม ที่พักผ่อนยามฤดูหนาวมาเยือน ธรรมชาติที่นี่อยู่บนเทือกเขาสูงเป็นรอยต่อระหว่างภาคเหนือและอีสาน อุทยานแห่งชาติภูเรือ มีพื้นที่ครอบคลุม 3  อำเภอคือ หนองบัว อำเภอภูเรือ และอำเภอท่าลี่ อาณาเขตทางทิศเหนือติดกับประเทศลาว  รูปพรรณสันฐานของภูเรือมีรูปร่างลักษณะเหมือนเรือใหญ่บนยอดดอยสูงเป็นภูผา สีสันสะดุดตาหินบางก้อนมีลักษณะเหมือนถูกปั้นแต่งไว้ ชาวบ้านเรียกว่า “กว้านสมอ” โดยรอบๆ จะเห็นยอดดอยเป็นขุนเขาน้อยใหญ่ใกล้เคียงเป็นฝ้าขาวด้วยละอองน้ำ หมอก ปกคลุมไว้ท่ามกลางป่าอันอุดมสมบูรณ์ มีเนื้อที่มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 75,525 ไร่ ประกาศ เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 26 กรกฏาคม 2522 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 16 ของประเทศ

ลักษณะภูมิประเทศ พื้นที่ป่าภูเรือประกอบด้วยทิวเขาสูง สลับซับซ้อนเรียงรายเป็นรูปต่างๆ น่าพิศวงสลับกับที่ราบเป็นบางส่วน สาเหตุที่ขนานนามว่า “ภูเรือ” เพราะมีภูเขาลูกหนึ่งมีชะโงกผายื่นออกมาดูคล้ายสำเภาใหญ่ และที่ราบบนยอดเขามีลักษณะคล้ายท้องเรือตลอดจนมีธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงาม  เป็นทิวเขาสลับซับซ้อนประกอบด้วยเขาหินทรายและหินแกรนิต สลับกัน มีสภาพป่าหลายชนิดปะปนกันอย่างสวยงาม ทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ ป่าสนเขา โดยเฉพาะยอดภูเรือ ประกอบด้วยป่าสนเขา สลับกับสวนหินธรรมชาติแซมด้วยพุ่มไม้เตี้ย สลับด้วยทุ่งหญ้าเป็นระยะ ไม้พื้นล่างที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ กุหลาบป่า มอส เฟิน และกล้วยไม้ที่สวยงาม เช่น ม้าวิ่ง สามปอย ไอยเรศ เอื้องคำ เอื้องผึ้ง เอื้องเงิน ซึ่งขึ้นตามต้นไม้และโขดหิน กล้วยไม้เหล่านี้จะออกดอกบานสะพรั่งให้ชมสลับกันไปตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าที่ที่ชุกชุมพอสมควร ที่พบบ่อย เช่น ได้แก่ หมี เก้ง หมาใน ไก่ฟ้าพญาลอ เต่าปูลู โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะอพยพมาจากประเทศจีนเป็นจำนวนมาก     อุทยานภูเรือ อยู่บนยอดเขาสูงทำให้มีอากาศเย็นตลอดปีและเป็นอุทยานที่มีอากาศ หนาวเย็นที่สุดของประเทศโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะหนาวเย็นมาก จนกระทั่งน้ำค้างบนยอดหญ้าจะแข็งตัว ภาษาพื้นเมือง เรียกว่า “แม่คะนิ้ง” ช่วงเดือนที่เหมาะที่จะมาเที่ยวคือเดือนตุลาคม-มีนาคม

ขอบคุณข้อมูลจาก

http://park.dnp.go.th

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>