Archive for มิถุนายน, 2011

ดงบัง การท่องเที่ยวทางการเกษตร

ดงบังชินกิหรือเปล่า “บ้านดงบัง” คงไม่ใช่บ้านของนักร้องพวกนั้นเป็นแน่ ณ ที่นี้คือ หมู่บ้านดงบัง ที่อำเภอเมืองปราจีนบุรีครับ  พาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวที่ คลองสิบห้า จังหวัดนครนายก เมืองในฝันที่ใกล้กรุง กันมาแล้ว คงมีความสุขกับการชมดอกไม้ต้นไม้หลากหลายมากมายกันนะครับ วันนี้ ขอเดินทางต่อไปอีกประมาณเกือบ ๆ 1 ชั่วโมงจากคลอง 15 นะครับ แวะเป็นสถานีไปเลย จากรังสิตมาคลอง ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง จากคลองสู่ตัวเมืองอีกครึ่งชั่วโมง และจากเมืองนครนายกไปสู่บ้านดงบังที่ปราจีนฯ ใช้เวลาอีกประมาณ 20 กว่านาทีครับ หมู่บ้านท่องเที่ยวสมุนไพรแห่งนี้ จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง เกาะติดท้ายขบวนกันมาเลยนะครับ

 


 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

ป้ายบอกว่าถึงปราจีน ฯ แล้ว

 

ดงบัง เคยแทรกแหวกผ่านอากาศมาเข้าหูขวา Fiyero เป็นครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ตอนยังเรียนอยู่ม.ปลาย เพื่อนคนหนึ่งมาจากต่างจังหวัดครับ ได้โควต้าจังหวัดเข้ามาอยู่ห้องเดียวกัน อยู่กันไปหลายเดือน ก็เพิ่งรู้ว่าบ้าระห่ำเรื่องต้นไม้เหมือนกัน ก็เลยสืบสาวราวเรื่องต่าง ๆ กันมากมาย จนได้รู้จักกับชื่อชื่อนี้เป็นครั้งแรก ชื่อแปลกจังแฮะ เพื่อนเค้าได้โพแดงพุ่มใหญ่ ๆ ช้างน้าว ปรงเขา กับเตยเวียนหนามแดงใน ราคาที่ต่ำมาก ๆ เลย Fiyero เหมือนถูกกระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็นอยากแสวงหาขึ้นมาในทันทีทันใด เมื่อถึงช่วงสุดสัปดาห์อาทิตย์นั้นเอง ก็ได้เก็บข้าวเก็บของเดินทางสู่เมืองปราจีนบุรีกันเลยครับ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

สองข้างทางกับยางสูง

 

 

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

ตอนนี้อยู่นครนายกครับ อีก 10 ก้าวถึงปราจีนบุรี เย่ ๆๆๆ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

ร้านค้าที่ตลาดผลไม้หนองชะอม

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

เลยสามแยกหนองชะอมมาก็เห็นป้ายนี้ครับ รถพ่วงไล่ท้ายอยู่ แง ๆๆ ชะลอถ่ายไม่ได้ แง ๆๆ

 

เมื่อเดินทางถึงเมืองนครนายก ตรงมาทางจังหวัดปราจีนบุรีเลยครับ 2 ข้างทางจะมีทุ่งนาตลอด จากอำเภอเมืองนครนายก ก็เข้าสู่อำเภอปากพลี เมื่อใดที่ผ่านมาแถวนี้ ก็จะแวะทานสุกี้ที่เป็นที่สุดแห่งความอร่อยที่ ร้านป้าหลวย ครับ ร้านนี้มาทานบ่อยมาก “สุกี้ไก่ ไม่เอาหนัง ไม่ใส่หอม ผักกาดขาวเยอะ ๆ ไม่ต้องกระเทียมเจียว ไม่เอาผงชูรส และไม่โรยกากหมู 3 ชามครับ + ยำไก่สุก ๆไม่ใส่หอมใหญ่ หอมแดง ต้นหอม น้ำมันหมูเจียว ผงชูรส 2 จานด้วยครับ” เป็นอะไรที่ต้องสั่งทุกครั้ง (จริง ๆ เห็นหน้าก็ทำแล้วครับ มาทีไรก็แบบนี้ทุกที เว้นแต่จะเป็น 3 4 5 หรือ 6 ชาม ขึ้นอยู่กับความหิวครับผม) หลังจากรู้สึกตึง ๆ ที่หน้าท้องที่มีวันแพ็คกันไปแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางต่อ ประมาณ 10 นาที ก็เดินทางมาถึงสามแยกหนองชะอม ที่นี่ผักผลไม้ขายเยอะมากๆ เลยครับ ร้านประจำก็มีอยู่หลายร้านเหมือนกัน มาทีซื้อสละอร่อย ๆ กลับบ้านไปทานเป็นสิบ ๆ โล ชอบกันมาก ๆ ทั้งบ้านครับผม

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

ร้านขายไม้ผลทั่ว ๆ ไปริมทางที่บ้านหนองชะอมครับ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

เดินทางสู่ดงบังกันกับ Fiyero นะครับ

 

แวะมานานแล้ว เดินทางกันต่อดีกว่า เมื่อถึงสามแยก เราตรงเลยนะครับ ไม่ต้องเลี้ยวขวาเข้าเส้นสู่เมืองปราจีน เพราะจะอ้อมขั้นรุนแรง เมื่อตรงมานั้น ก็จะเห็นป้าย ถนนต้นไม้ของทางจังหวัด แสดงว่าไม่หลงแล้วครับ ตรงมาเรื่อย ๆ ก็จะพบกับสวนผลไม้เรียงรายทั้งสองฟากฝั่งถนนเลยครับ หนองชะอม มีกิ่งชะอมขายเยอะมาก ทั้งกล้าพันธุ์ผลไม้ต่าง ๆ ก็มีกันให้เลือกเข้าขั้นตาลาย มะม่วง มังคุด ฝรั่ง ขนุน กระท้อน ทุเรียน เงาะ ชมพู่ ฯลฯ หลากหลายสายพันธุ์ครับ เคยคุยกันเกี่ยวกับถนนแถวนี้ ว่าเส้นกรุงเทพฯ – อรัญประเทศนี้ มีรถสัญจรขวักไขว่มาก ๆ แต่ทำไมถนนช่วงนี้ถึงไม่คิดขยับขยายทางรถให้เป็น 4 ช่องทาง คำตอบก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากมายให้เยิ่นเย้อครับ ยางอายุนับร้อยปียืนให้รถโฉบเฉี่ยวไปมาตลอดสาย ถ้าถูกตัดไป ชาติคงสูยเสียทรัพยากรล้ำค่าที่นับวันจะพร่องร่อยหรอไปเรื่อย ๆ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

ศาลสมเด็จพระนเรศวร ฯ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

ถึงแล้ว !!! เลี้ยวซ้ายโลดคร้าบ

 

ขับมาเรื่อย ๆ ก็จบพบกับวงเวียนนเรศวร เลี้ยวซ้ายขึ้นอุทยานแหง่ชาติเขาใหญ่ ตรงไปก็ไปอรัญประเทศ เลี้ยวขวาก็เข้าตัวเมืองปราจีนบุรี เราเลือกเส้นตรงไปเลยครับ ผ่านค่ายพรหมโยธี ดุ่ย ๆ ๆ ๆ มาเรื่อย ๆ ไม่กี่อึดใจ ก็มาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านดงบัง จุดหมายปลายทางของเราในครั้งนี้ สังเกตง่าย ๆ ครับ ตรงข้ามทางเข้า จะมีปั๊มปตท.อยู่ เมื่อแน่ใจว่าใช่ก็เลี้ยวเลยครับ ระยะทางหลาย ๆ กิโลฯจากนี้ไป จะเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวสมุนไพรเกษตรอินทรีย์ ไม้ดอก ไม้ประดับ OTOP ของทางจังหวัดครับ แต่ละครัวเรือน จะปลูก ขิง ข่า ตะไคร้ และสมุนไพรอื่น ๆ โดยไม่ใช้สารเคมี เื่พื่อส่งเป็นวัตถุดิบให้กับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ (แฟนเคยฝันเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สบู่จากที่นี่ และการบริโภค หึ ๆๆๆ แฟน Fiyero เอง)

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

โมกเป็นถุง ๆ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

ดงบังจะมีแต่ไม้แบบนี้เป็นส่วนใหญ่ครับ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

ขายหมากขายพลู – -” หมากแดง หมากเหลือง และ ซองออฟอินเดีย ครับ

 

ที่ดงบังนี้ ส่วนใหญ่จะขายไม้ล้อมราคาค่อนข้างถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปครับ ดงบัง คือ แหล่งขายโมกอย่างแท้จริง 555+ โมกซ้อนพร้อมลงดินเยอะมาก ๆ ครับ หลายขนาดหลายราคา ต่อรองกันได้ตามสบายครับ นอกจากจะเป็นแหล่งโมกแล้ว ยังเป็นแหล่งหูกระจงต้นใหญ่ ๆ และกลุ่มหมากทั้งหลายครับ หมากแดง หมากเขียว หมากเหลือง เยอะจริง ๆ หมากแดงนี่เป็นป่าดงดิบกันเลยครับ ทึบมากๆ แต่ละร้าน

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

ต้นลำดวนดอกหอม ๆ ครับผม

 

ไม้ล้อมส่วนใหญ่ จะขุดมาจากสวนแถวนี้ครับ ลำดวน บุนนาค จันทน์กะพ้อ จิก ตีนเป็ดน้ำ ตีนเป็ดทราย รวงผึ้ง กระโดน สาละลังกา กล้วยพัด แก้วมุกดา หอมเจ็ดชั้น ฯลฯ ราคาจะขายกันเป็นนิ้วครับ วันจากความอ้วนของลำต้นครับผม ส่วนใหญ่ เมื่อไปแล้ว ก็จะค่อย ๆ แวะไปทีละร้านครับ เนื่องจากร้านไม่ได้เยอะมากเหมือนที่คลองสิบห้า ที่นี่จะมีกล้วยผา อ้วน ๆ เตี้ย ๆ น่ารัก ๆ ขายตลอดครับ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

ขนไผ่ทองขึ้นรถพร้อมส่งถึงที่ เจ๊ชี้นิ้วสั่ง “ณ บัด นาว !!!!!“

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

ซิการ์ พร้อมมอบบรรยากาศรกชัฏให้กับบ้านแล้วครับ เย่ ๆๆๆ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

กอเฮลิโคเนียน้อยใหญ่ให้เลือกตามใจชอบเลยครับ

 

หลาย ๆ ร้านในหมู่บ้านแห่งนี้ จะขายไม้ใบประดับกลุ่มเฮลิโคเนียครับ ใครจะเลือกไปลงที่บ้าน ก็ดูความเหมาะสมกันนิดนะครับ พวกนี้ ระบาด เร็วมาก แตกกอกันเป็นว่าเล่น กำจัดยากด้วย ดังนั้น ค่อย ๆ เลือกต้นไม้มาปลูกที่สวนอันเป็นที่รักของเรานะครับ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

บรรยากาศร้านไม้ล้อมและถนนเปื้อนฝุ่นแดง ๆ จากลูกรังครับ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

จำปีแดง แถวนี้จะถูกพ่อค้าแม่ค้าที่จตุจักรซื้อไปปั่นราคาขึ้นอีกหลายเท่าตัวครับ คุ้มสุด ๆ เย่ ๆ

 

…อยากรู้จักจำปีแดงมากขึ้น คลิกมาอ่านและชมภาพกัน ที่นี่ นะครับ…

 

ที่นี่จะมีไม้วงศ์กระดังงาที่เห็นบ่อย ๆ อยู่เยอะครับ ทั้ง ข้าว หลาม ข้าวหลามดง มหาพรหม มหาพรหมราชินี ลำดวนดอย กะโมกเขา นม จำปูนใบเล็ก จำปูน กระดังงาจีน การเวก กระดังงาสงขลา ทุเรียนเทศ บุหรง สายหยุด สายหยุดแดง ส่าเหล้าปัตตานี มะป่วน นางแดง กลาย เหลืองไม้แก้ว อโศกอินเดีย ฯลฯ ไม้กลุ่มนี้ Fiyero ไม่ชอบมากนักครับ แมกโนเลียน่าสนใจกว่าแยะ แต่ที่ดงบัง จะมีกระดังงาพวกนี้มากกว่าแมกโนเลียมาก ๆ แย่เลย ไม้ล้อมที่นี่ถูกดีครับ บุหรงแดงต้นใหญ่ ๆ Fiyero เคยได้มาแบบไม่แพงเลย ใครรักใครชอบไม้พวกนี้ ก็ตามไปเก็บกันได้เลยนะครับ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

มณฑาสวรรค์ ต้นคู่สูง ๆ พร้อมลงสวน

 

…มณฑาสวรรค์ คืออะไร? ตามมากัน ตรงนี้ นะครับ…

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

หอมหมื่นลี้ กำลังขยายสุด ๆ 555+ หอมมาก ๆ ครับ ฟุ้งไกลเลยแหละ จิ๋วแต่แจ๋วนะกั๊บ

 

ดงบัง ยังมีไม้ดอกน่าปลูกอีกหลายชนิดเลยครับ พุ่มใหญ่ ๆ ดอกดก ๆ ช่วงนี้ ก็คงจะหนีไม่พ้น หอมหมื่นลี้ ใครว่าเลี้ยงภาคกลางไม่ออกดอก Fiyero เถียงหัวชนฝา ดงบังช่วงนี้จะกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมหมื่นลี้ ที่บ้าน Fiyero ก็ออกดอกกันอย่างสนุกสนานร่าเริง เพียงแต่ดอกจะไม่ใหญ่เท่าแถวหนาว ๆ ที่จตุจักรวันพุธ-พฤหัสฯ ทางด้านไม้ล้อม ก็เห็นขายกันเยอะนะครับ พวกนั้นจะมากันจากแถบประจันตคาม เลยปราจีนฯไปนิดเดียวเองครับผม

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

ต้นประยงค์ มีดอกพรึ่บทุกต้นครับ ช่วงนี้

 

นอกจากหอมหมื่นลี้แล้ว หน้าหนาว ๆ อย่างนี้ ก็คงจะต้องมาชื่นใจกับ ประยงค์ อีก ดอกเป็นเม็ด ๆ กลม ๆ สีเหลืองคล้ายปุ๋ยออสโมโค้ตชนิดนี้ หอมมากมายครับ กลิ่นคล้าย ๆ สายหยุดเลยแฮะ ออกเปรี้ยว ๆ นิด ๆ พุ่มใบเล็ก ๆ สีเขียวเป็นมัน ดูแล้วมีความสุขจังครับ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

ชำพุด

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

พุดฮาวายใหญ่ ๆ หอมอ่อน ๆ

 

ที่นี่ ก็เหมาะสำหรับคนชอบพุดเช่นกันครับ ขายกันเยอะ ๆ ก็จะมี คำมอกหลวง พุดป่า พุดชมพู พุดดง พุดเศรษฐีสยามพุดศุภโชค พุดฝรั่ง พุดภูเก็ต พุดเวียดนาม พุดฮาวาย พุดบูรพา พุดสีดาดง พุดซ้อน พุดน้ำบุศย์ พุดตะแคง พุดสามสีพุดแตรงอน ฯลฯ ราคาของพุดที่นี่ ทุกตัว เฉลี่ยแล้วไม่เกิน 20-30 บาทต่อ 1 ต้นครับ ทำกันออกมาเยอะมากครับที่ดงบัง

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

หมีเวียน หรือ อ้ายหมี ปาล์มของโปรด Fiyero อีกต้น

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

อีกสายพันธุ์หนึ่งครับ ตั้ง ๆ ชี้ ๆ เหลือง ๆ (เหลือง ๆ นี่ออกอาการนะครับ หึ ๆๆๆ)

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

ที่บ้านเมื่อไหร่จะใหญ่อย่างงี้เนี่ย !!!

 

เดินทางกลางแดดกันมาร้อน ๆ แวะดื่มโกโก้เย็นกันนิดนะครับ ตรงนี้ คือสวนรัศมีรีสอร์ต แอนด์ สปาครับ มีต้นไม้สวย ๆ เยอะเลย ทุกครั้งที่ผ่าน ต้องสะดุดกับชวนชมกอใหญ่ ๆ ด้านหน้าอยู่เสมอ เมื่อเข้าไปด้านใน ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ไม่แพ้กับไมตรีจิต ที่ได้รับจากพ่อค้าแม่ค้าที่ขับรถผ่านมาเมื่อกี้เลยครับ น้าเจ้าของสวน พา Fiyero เดินชมบรรยากาศภายในรีสอร์ต พร้อมทั้งให้ข้อมูลที่มีประโยชน์หลาย ๆ อย่างกับ Fiyero ที่นี่มีปาล์มหลายตัวที่น่าสนใจครับ หมีหงส์เหิรใบสวย ๆ หรือจะเป็นกลุ่มหมีเวียน อ้ายหมีนี้ Fiyero มีทั้งสิ้น 3 ต้นที่บ้านครับ ลงดินหมดแล้ว กำลังเติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง เย่ ๆๆๆๆ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

น้องมดแดงเฝ้าตะขบไทย

 

เดินคุยกันไปเรื่อย ๆ ก็มาหยุดที่ต้นไม้ไทย ๆ อีกต้น ที่น้อยคนจะรู้จัก นั่นคือ ตะขบไทย ครับ ส่วนใหญ่ที่เห็นกันทั่วไป นั่นคือ ตะขบฝรั่งครับ ข้อแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดก็คงจะเป็นใบและทรงต้น ตะขบฝรั่งมีขนมาก เป็นต้นไม้ดักฝุ่นครับผม ลูกตะขบฝรั่งก็เล็ก ๆ แดง ๆ กลิ่นจะหึ่ง ๆ แบบเดียวกับลูกโทงเทงเลย ส่วนตะขบไทยนั้น ใบจะเรียบเป็นมัน ลูกจะใหญ่กว่า เมื่อสุกแล้วมีสีดำม่วงรสฝาดนิด ๆ ครับ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

น่ารักดีครับ Fiyero ชอบ ลูกไทรป่าดก ๆ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

มีนกแวะเวียนไปมาเสมอ ๆ เลย

 

เพลิน ๆ ไปซักพัก ก็จ๊ะเข้ากับอะไรซักอย่าง ตะปุ่มตะป่ำเต็มต้นไปหมด สืบชื่อมา ก็เป็นไทรป่าชนิดหนึ่งครับ ลูกเค้ามีขนเป็นฟูกเลยครับ นุ่มนิ่ม บีบเล่นมันนิ้วดี เย่ ๆๆ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

โพศรีทรงอวบ ๆ ครับ

 

ให้ทายครับ อะไรเอ่ย… ใครตะโกนมาว่า เบาบับ – -” ต้นนี้คือ โพศรี (Hura crepitans) ครับ ต้นนี้แมคกี้ฝากมาบอกว่า ยางอันตรายมาก ๆ ครับ มีหนามที่ลำต้นด้วยแหนะ น่ากลัวดีครับ แต่สวยมาก ๆ เลยนะ Fiyero ชอบ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

พุดสามสีพวง หรือ พุดไพลิน

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

พุดสามสีแบบนี้ก็แปลกตาไปดีนะครับ

 

ใกล้ ๆ กัน ก็มีกลุ่มกอไม้ดอกสีสวยอีกชนิดหนึ่งอยู่ครับ มองไกล ๆ ตอนแรกคิดว่าเป็นไม้เถาดอกสวยแต่เหม็นมาก ๆ กระเทียมเถา แต่พอเข้าใกล้เข้าไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่แล้วแฮะ เค้าคือ พุดสามสี สายพันธุ์ที่ออกดอกเป็นกระจุกที่ยอดครับ ได้กิ่งพันธุ์มาแล้วครับ เย้ว ๆๆ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

จันทน์ผาน้ำตก คล้าย ๆ เข็มกุดั่นเลยนะครับ

 

ฝั่งตรงข้ามกัน มีจันน์ผาน้ำตกอยู่ครับ ใบเค้าจะเล็กและสั้นกว่าจันทน์ผาทั่ว ๆ ไป และการเรียงซ้อนของใบ จะวนเป็นบันไดเวียนครับผม

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

แปลงเพาะกล้าอินทผาลัมครับ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

ปอเกี๋ยน ไม้ป่าแล้งรก ๆ สวย ๆ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

ซูมเฉพาะดอกกันหน่อย

 

เก็บเอาไม้เถาป่า ๆ มาฝากกันอีกชนิดนะครับ เถานี้ เห็นได้ทั่วไปตามข้างทางทั่ว ๆ ไป เค้าเป็นญาติกับชงโคเลื้อยครับผม ต้นนี้ก็คล้าย ๆ กับญาติเค้า ที่สามารถเลื้อยคลุมบ้านได้ทั้งหลัง ปอเกี๋ยน หรือ ชื่อที่ Fiyero รู้จักมานานว่า แสลงพัน ออกดอกพรึ่บมาก ๆ เลยครับ หนาวนี้

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

กลด (ยูงทอง) สูงเด่ที่ยืนตรงแหน่วอย่างมั่นคง (ด้านหลังสุด)

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

แปลงเพาะกล้าจำปาไว้ทำตอเสียบแมกโนเลียต่าง ๆ นานาครับผม

 

พากันมาดูก่อนที่เค้าจะทาบกิ่งไม้วงศ์แมกโนเลียกันนะครับ เพาะเมล็ดจำปากันเต็มเลย แถวดงบังนี่ขายจำปีแขกแดง จำปาขน จำปีแขกหลวง จำปีแขกสยาม จำปีจีน จำปีแดง จำปีจีนยอดแดง ฯลฯ และยังมีมณฑาต่าง ๆ ทั้ง มณฑาทอง มณฑาทิพย์ มณฑาสวรรค์ มณฑาดอย อีกด้วยครับ ยี่หุบ สุดโปรดของแมคกี้ก็มีเยอะเลยครับ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

ปรง ปร๊ง ปรง

 

ร้านประจำ Fiyero อีกร้าน ก็คือร้านคุณป้าครับ ร้านคุณป้า จะมีไม้แปลก ๆ ออกมาบ้าง มีทั้งทำเองและมีคนมาส่ง ที่เพิ่งสอยมาเมื่อหลายเดือนก่อน ก็คอ นมแมวจิ๋ว ครับ ดอกเล็กเท่าเศษขี้ตาแมว แต่ก็น่ารักดีครับ ออกดอกดกดี เดี๋ยวจะพามาให้รู้จักกันด้วยนะครับ ครั้งนั้น Fiyero เกือบได้จันทน์กระพ้อเลื้อย (ชมนาดเล็ก) มาแล้ว แต่ห้ามใจตัวเองไว้ เลื้อย ๆ นี่ไม่มีที่ให้ลงแล้ว มารู้ตอนนี้ว่าแฟนโยนต้นที่บ้านเค้าทิ้งไปแล้ว สงสัยจะสร้างอเนกคุณเกินตัว หึ ๆๆๆ

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

ร้านน้าเกษตร

 

ถัดมาอีกนิด ก็มีร้านประจำ Fiyero อีกร้านครับ ส่วนใหญ่จะไปเดินชม+คุยกับน้าเค้ามากกว่า ร้านนี้ให้ข้อมูลสำคัญ ๆ กับ Fiyero มากครับ ที่นี่มีโสกต่าง ๆ บ้างเหมือนกัน และพวกของที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก เช่น ปริศนา ผู้คนเป็นมิตรกันมาก ๆ เลยครับแถวนั้น

 

ตลาดต้นไม้, ดงบัง, ปราจีนบุรี, เมืองไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติฯ, ดอกไม้

 

บรรยากาศเมื่อเดินทางกลับสู่ถิ่นที่คุ้นเคย
เดินทางกันมาเหน็ดเหนื่อย ตอนนั่งรถกลับบ้าน ก็นั่งคิด ๆ ดู ว่าผู้คนแถวนั้น เค้าอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข มีการเป็นอยู่แบบพอเพียง ไม่ได้ทำอะไรแบบเกินตัว ใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดอย่างประหยัด ผู้คนจึงอยู่กันอย่างมีความสุขและมีจิตใจที่ดีงาม Fiyero รู้สึกสงสารชาวบ้านหลาย ๆ คนที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับราคาต่าง ๆ ของต้นไม้เท่าทันผู้ขายที่ช่ำชองต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ราคาต้นไม้หลาย ๆ ตัวเมื่อถูกกวาดออกจากแหล่ง และวางขายปลีกที่ตลาดต้นไม้ต่าง ๆ นั้น ราคาถูกดีดขึ้นอย่างน่าตกใจ ผลกำไรมากมายตกอยู่ที่พ่อค้าแม่ค้าคนกลาง สังคมเอารัดเอาเปรียบกันตลอดเวลา ความเป็นธรรมคงเป็นสิ่งที่ลุง ๆ ป้า ๆ และเรา ๆ ผู้บริโภคกำลังเฝ้ารอให้เกิขึ้นจริงอยู่ ช่วงเวลาสบาย ๆ ก็ลองขับรถกันไปเที่ยวชมดงบังกันนะครับ ไทยช่วยไทยครับผม

 

เที่ยวงาน ผีตาโขน ประจำปี 2554 1-3 กรกฎาคม 2554

ตื่นตากับงานประเพณีบุญหลวง และการละเล่นผีตาโขน ประจำปี 2554

ผีตาโขน

จังหวัดเลย โดยอำเภอด่านซ้าย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเลย ขอเชิญนักท่องเที่ยวหัวใจใหม่ร่วมงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ตระการตา “งานประเพณีบุญหลวง และการละเล่นผีตาโขน” อ.ด่านซ้าย จ.เลย ในวันที่ 1-3 กรกฎาคม 2554 ณ วัดโพนชัย และบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย
นางอัจฉพรรณ บุญเจริญ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย กล่าวว่า ประเพณีดังกล่าว เป็นประเพณีที่รวมเอา “งานบุญพระเวส” ( ฮีตเดือนสี่ ) และ“งานบุญบั้งไฟ” (ฮีตเดือนหก) เข้าไว้เป็นงานบุญเดียวกัน ในงานบุญหลวงนี้จะมีขบวนแห่ที่สร้างสีสันตื่นตาและจังหวะเร้าใจของ “ผีตาโขน” หรือ “ผีตามคน” หน้ากากที่มีลักษณะเด่นของศิลปะการแต่งแต้มลวดลายและสีสันที่งดงาม และในปีนี้ ททท.สำนักงานเลย ได้จัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้เรื่องหน้ากากนานาชาติต่างๆ ได้แก่ ไทย จีน อินโดนีเซีย ลาว เกาหลี ญี่ปุ่น และเวียดนาม พร้อมการสาธิตการทำหน้ากาก จากผู้แทนเมืองอันดง ประเทศเกาหลีอีกด้วย
พิธีกรรมที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ได้แก่ พิธีเบิกพระอุปคุต พิธีบายศรีสู่ขวัญเจ้าพ่อกวน-เจ้าแม่นางเทียม ขบวนรถเทิดพระเกียรติ เนื่องในโอกาสเฉลิม-ฉลอง “๘๔ พรรษา” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขบวนแห่ผีตาโขน ขบวนแห่เจ้าพ่อกวน-เจ้าแม่นางเทียม และคณะพ่อแสน พิธีบายศรีสู่ขวัญพระเวส ขบวนพิธีอัญเชิญพระเวสสันดรเข้าเมือง พิธีจุดบั้งไฟบูชาพญาแถน พิธีทิ้งหน้ากากผีตาโขน พิธีเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ ขบวนแห่กัณฑ์หลอนของหมู่บ้านต่างๆ พร้อมด้วยการแสดงบนเวทีที่ยิ่งใหญ่
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

อำเภอด่านซ้าย 042-891266

สำนักงานวัฒนธรรมอำเภอด่านซ้าย 083-145308

0 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ (สวท.ด่านซ้าย) 0-4289-1168 0-4289-1238

เทศบาลตำบลด่านซ้าย โทรศัพท์ 0-4289-1231

และททท. สำนักงานเลย โทร. 0-4281-2812 /0-4281-1405/tatloei@tat.or.th

 

กำหนดการประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ประจำปี 2554

ระหว่างวันที่ 1- 3 กรกฎาคม 2554 ณ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
……………………………….
วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
(พิธีกรรม)
03.00 น. –พิธีบวชพราหมณ์ ณ อุโบสถวัดโพนชัย
04.00 น. -พิธีเบิกพระอุปคุต ( บริเวณระหว่างลำน้ำหมัน -ลำน้ำศอก )
06.00 น. -พิธีทำบุญตักบาตร ตั้งแต่หน้าวัดโพนชัย ไปตามถนนแก้วอาสา ผ่านหน้าที่ว่าการ อำเภอด่านซ้าย ถึงทางแยกขึ้นไป อำเภอนาแห้ว แล้ววนกลับไปวัดโพนชัย
07.30 น. -พระสงฆ์ทุกรูปที่รับบาตรร่วมฉันท์เช้า ที่วัดโพนฃัย
08.30 น. -พิธีบายศรีสู่ขวัญเจ้าพ่อกวน- เจ้าแม่นางเทียม ( บ้านเจ้าพ่อกวน )

(พิธีการ)
08.30 น. -ขบวนแห่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 11 แห่ง พร้อมกันที่โรงเรียนด่านซ้าย
10.00 น. -ขบวนเทิดพระเกียรติฯ ขบวนเจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียมและคณะพ่อแสน พร้อมกันบริเวณถนน ในโรงเรียนชุมชนบ้านด่านซ้าย
10.30 น. -ขบวนเทิดพระเกียรติฯ ขบวนเจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียมและคณะพ่อแสน เคลื่อนออกจากโรงเรียนชุมชนบ้านด่านซ้าย
10.49 น. -พิธีเปิดงานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ประจำปี 2554
ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย โดย นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย
-ขบวนเทิดพระเกียรติ ขบวนแห่ของเจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม และคณะพ่อแสน เริ่มเคลื่อนขบวนจากหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย ไปยังวัดโพนชัย
-เริ่มเคลื่อนขบวนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 11 แห่ง
13.00 น. -ชมกิจกรรมการแสดงและกิจกรรมการประกวดต่างๆ บนเวทีกลาง (หน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย)

- 2 -
วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
09.30 น. -กิจกรรม “งานบุญหลวง” ( ณ วัดโพนชัย )
โดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 3
-ชมกิจกรรมการแสดงบนเวที ( วัดโพนชัย )
-ชมการละเล่นผีตาโขนของกลุ่มผีตาโขนทั่วไป ตามถนนแก้วอาสา

15.00 น. -พิธีบายศรีสู่ขวัญพระเวส ( บ้านเจ้าพ่อกวน )
15.30 น. -ขบวนพิธีอัญเชิญพระเวสสันดรเข้าเมือง และจากบ้านเจ้าพ่อกวนไปวัดโพนชัย
-ขบวนพิธีอัญเชิญพระเวสสันดรเข้าเมือง ถึง วัดโพนชัย แห่รอบโบสถ์ 3 รอบ
-พิธีอัญเชิญพระพุทธรูป (องค์แทนพระเวส) เข้าโบสถ์
-พิธีจุดบั้งไฟบูชาพญาแถนขอฝน ( หลังวัดโพนชัย )
-พิธีทิ้งหน้ากากผีตาโขน ( ท่าวังเวิน ) วัดโพนชัย
19.00 น. -พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ณ วัดโพนชัย
( เทศน์พระมาลัยหมื่น พระมาลัยแสน )

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
04.00 น. -เทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ วัดโพนชัย
-พิธีทำบุญตักบาตร
-พิธีสะเดาะเคราะห์บ้านเมือง
-ชมขบวนแห่กัณฑ์หลอน ของหมู่บ้านต่างๆ
หมายเหตุ
***มหกรรมศูนย์อาหารสะอาดรสชาติอร่อย ตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2554***

วันที่ 29 มิถุนายน 2554
เวลา 19.00 น. -พิธีเปิดมหกรรมศูนย์อาหารสะอาด รสชาติอร่อย ณ บริเวณตลาดเย็น
เทศบาลตำบลด่านซ้าย พร้อมชมกิจกรรมการแสดงบนเวที (ทุกวัน)

 

ประเพณีแห่ผีตาโขน

ประเพณีแห่ผีตาโขน

จัดเป็นส่วนหนึ่งในงานบุญประเพณีใหญ่หรือที่เรียกว่า “งานบุญหลวง” หรือ “บุญผะเหวด” ซึ่งตรงกับเดือน 7 มีขึ้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และจัดเป็นการละเล่นที่ถือเป็นประเพณีทุกปี เกี่ยวโยงกับงานบุญพระเวสหรือเทศน์มหาชาติประจำปีกับพระธาตุเจดีย์สองรัก ปูชนียสถานสำคัญของชาวด่านซ้าย

ต้นกำเนิดผีตาโขน        ที่มานั้นไม่ชัดเจน แต่กล่าวกันว่าเป็นประเพณีที่ใกล้เคียงกับการบูชาบรรพบุรุษของอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง (ในอดีตแนวเขตแดน ด่านซ้าย เชียงคาน และหล่มเก่า เป็นส่วนหนึ่งในการปกครองของอาณาจักรล้านช้างร่มขาวหลวงพระบาง) ในอีกที่มาหนึ่งกล่าวกันว่า การแห่ผีตาโขนเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระเวสสันดรและนางมัทรีจะเดินทางออกจากป่า กลับสู่เมืองบรรดาผีป่าหลายตนและสัตว์นานาชนิดอาลัยรักจึงพาแห่แหนแฝงตัวแฝงตน มากับชาวบ้านเพื่อมาส่งทั้งสองพระองค์กลับเมือง เรียกกันว่า “ผีตามคน” หรือ “ผีตาขน” จนกลายมาเป็น “ผีตาโขน” อย่างในปัจจุบัน

ชนิดของผีตาโขน

ผีตาโขน ในขบวนแห่จะแยกเป็น 2 ชนิดคือ ผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก
ผีตาโขนใหญ่ ทำเป็นหุ่นรูปผีทำจากไม้ไผ่สานมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดาประมาณ 2 เท่าประดับตกแต่งรูปร่างหน้าตาด้วยเศษวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เวลาแห่ คนเล่นจะต้องเข้าไปอยู่ข้างในตัวหุ่น แต่ละปีจะทำผีตาโขนใหญ่เพียง 2 ตัว คือผีตาโขนชาย1ตัวและหญิง1ตัว สังเกตจากเครื่องเพศปรากฏชัดเจนที่ตัวหุ่น ผู้มีหน้าที่ทำผีตาโขนใหญ่จะมีเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เพราะคนอื่นไม่มีสิทธิ์ทำ การทำก็ต้องได้รับอนุญาตจากผีหรือเจ้าก่อน ถ้าได้รับอนุญาตแล้วต้องทำทุกปีหรือทำติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี
ผีตาโขนเล็ก ผีตาโขนเล็กเป็นการละเล่นของเด็ก ไม่ว่าเด็กเล็ก เด็กวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ ทั้งผู้หญิงชาย มีสิทธิ์ทำและเข้าร่วมสนุกได้ทุกคน แต่ผู้หญิงไม่ค่อยเข้าร่วมเพราะเป็นการเล่นค่อนข้างผาดโผนและซุกซน

 

การแต่งกายผีตาโขน

ผู้เข้าร่วมในพิธีนี้จะแต่งกายคล้ายผีและปีศาจใส่หน้ากากขนาดใหญ่ เครื่องแต่งกายของผีตาโขน ส่วนใหญ่มักประกอบด้วย

ส่วนหัวหรือที่เรียกว่าหน้ากากนั้น ทำด้วย “หวด” หรือภาชนะที่ใช้นึ่งข้าวเหนียว ซึ่งเป็นส่วนด้านบนดูคล้ายหมวก ส่วนหน้านั้นทำจากโคนก้านมะพร้าว นำมาตัดปาดให้เป็นรูปหน้ากากและเจาะช่องตา จมูกนั้นทำจากไม้เนื้ออ่อน แกะให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามแต่จินตนาการของผู้สร้างสรรค์ โดยทำเป็นลักษณะยาวแหลมคล้ายงวงช้าง ส่วนเขานั้นทำจากปลีมะพร้าวแห้ง โดยนำส่วนประกอบต่าง ๆ มาเย็บติดเข้าไว้ด้วยกัน และทาสีสันวาดลวดลายไปบนด้านหน้าของหน้ากากนั้น ๆ หลังจากนั้นจะเย็บเศษผ้าติดไว้บริเวณด้านบน(หลัง) เพื่อให้คลุมส่วนคอของผู้ใส่ไปจนถึงไหล่

ด้านเสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกาย นั้น เป็นชุดที่ทำจากเศษผ้านำมาเย็บติดกัน และมี “หมากกะแหล่ง” หรือกระดิ่ง (คล้ายกับที่แขวนคอโค, กระบือ) แขวนผูกไว้บริเวณเอว เพื่อให้เกิดเสียงดังเป็นจังหวะเวลาเดิน และส่ายสะโพก

ส่วนประกอบสุดท้าย คือ ดาบหรือง้าว ที่จะทำจากไม้เนื้ออ่อน ในขบวนแห่จะประกอบไปด้วยการร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนาน

การละเล่นผีตาโขน

เนื่องจากงานประเพณีผีตาโขนเป็นงานบุญใหญ่ซึ่งเรียกกันว่างานบุญหลวง จัดขึ้นที่วัดโพนชัย อ.ด่านซ้าย โดยมีการละเล่นผีตาโขน มีการเทศน์มหาชาติ มีการทำบุญพระธาตุศรีสองรักและงานบุญต่างๆเข้ามาผสมอยู่รวม ๆ กัน จึงมีการจัดงานกัน 3 วัน

วันแรก เริ่มพิธีตอนเช้า 04.00-05.00 น. คณะแสนหรือข้าทาสบริวารของเจ้าพ่อกวนจะนำอุปกรณ์ มีด ดาบ หอก ฉัตร พานดอกไม้ ธูปเทียน ขันห้าขันแปด(พานดอกไม้ 5 คู่ หรือ 8 คู่) ถือเดินนำขบวนไปที่ริมแม่น้ำหมัน เพื่อนิมนต์พระอุปคุตต์ พระผู้มีฤทธานุภาพมาก และมักเนรมิตกายอยู่ในมหาสมุทร เพื่อป้องกันภัยอันตราย และให้เกิดความสุขสวัสดี เมื่อถึงแล้วผู้อันเชิญต้องกล่าวพระคาถาและให้อีกคนลงไปในน้ำ งมก้อนหินใต้น้ำขึ้นมา ถามว่า “ใช่พระอุปคุตต์หรือไม่” ผู้ที่ยืนอยู่บนฝั่งตอบว่า “ไม่ใช่” พอก้อนหินก้อนที่ 3 ให้ตอบว่า “ใช่ นั่นแหละพระอุปคุตต์ที่แท้จริง” เมื่อได้พระอุปคุตต์มาแล้ว ก็นำใส่พาน แล้วนำขบวนกลับที่หอพระอุปคุตต์ ทำการทักขิณาวัฏ 3 รอบ มีการยิงปืนและจุดประทัด ซึ่งช่วงเวลานั้นบรรดาผีตาโขนที่นอนหลับหรืออยู่ตามที่ต่างๆก็จะมาร่วมขบวนด้วยความยินดีปรีดา เต้นรำ เข้าจังหวะกับเสียงหมากกระแร่ง ซึ่งเป็นกระดิ่งผูกคอวัวหรือกระดิ่งให้ดังเสียงดัง

วันที่สอง เป็นพิธีแห่พระเวส ในขบวนประกอบด้วย พระพุทธรูป 1 องค์ พระสงฆ์ 4 รูป นั่งบนแคร่หามตามด้วย เจ้าพ่อกวน นั่งอยู่บนกระบอกบั้งไฟ ท้ายขบวนเป็นเจ้าแม่นางเทียม กับบริวาร ชาวบ้าน และเหล่าผีตาโขน เดินตามเสด็จไปรอบเมือง ก่อนตะวันตกดิน สำหรับคนที่เล่นเป็นผีตาโขนใหญ่ ต้องถอดเครื่องแต่งกายผีตาโขนใหญ่ออกให้หมดและนำไปทิ้งในแม่น้ำหมัน ห้ามนำเข้าบ้าน เป็นการทิ้งความทุกข์ยากและสิ่งเลวร้ายไป รอจนปีหน้าฟ้าใหม่แล้วค่อยทำเล่นกันใหม่

วันที่สาม เป็นการรวมเอางานบุญประเพณีประจำเดือนต่างๆของปีมารวมกันจัดในงานบุญหลวง ประชาชนจะมานั่งฟังเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ ที่วัดโพนชัย เพื่อเป็นการสร้างกุศลและเป็นมงคลแก่ชีวิต

งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ถือเป็นงานที่แสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอันดีงามที่เป็นเอกลักษณ์ของอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

 

 

 

 

สารคดีผีตาโขน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

สารคดีผีตาโขน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย2

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เอกสาร “งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน” โดยศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยว จังหวัดเลย, เอกสาร “บทสรุป ผีตาขน” โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเลย
หนังสือ “พระธาตุศรีสองรัก” โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเลย, พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน วัดโพนชัย อ.ด่านซ้าย จ.เลย อ้างใน

ไปท่องเที่ยวปลายฝนต้นหนาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

ภูสอยดาว

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว สถานที่ท่องเที่ยวในเขตภาคเหนือได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ขอแนะนำให้กับผู้ที่ชื่นชอบแหล่งท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ ว โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากเพื่อเที่ยวชมความงามของธรรมชาติที่สวยงาม

 

 

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวนั้นเป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ยอดสูงสุดของภูสอยดาวสูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย อุทยานแห่งนี้มีจุดเด่นที่น่าสนใจและเป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยว ได้แก่ น้ำตกภูสอยดาว เป็นน้ำตก 5 ชั้น และการผจญภัยขึ้นสู่ลานสนสามใบอันสวยงาม มีเนื้อที่กว้างประมาณ 1,000 ไร่ มีความสวยงามมาก มีถนนลาดยาง เข้าถึงพื้นที่ทำให้สะดวกสบายในการเดินทางพักผ่อนหย่อนใจ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวมีเนื้อที่ 125,110 ไร่ หรือ 200.18 ตารางกิโลเมตร  มีพื้นที่ครอบคลุม 2 จังหวัดคือ ท้องที่ป่าสงวนแห่

งชาติป่าน้ำปาด ท้องที่ตำบลม่วงเจ็ดต้น ตำบลนาขุม ตำบลบ้านโคก อำเภอบ้านโคก อำเภอห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ และ ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก

ภูสอยดาวมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา เป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำปาด มีเทือกเขาภูสอยดาวทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้กั้นพรมแดนระหว่างไทย-ลาว ยอดภูสอยดาวมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ( อยู่ในเขตประเทศลาว )  สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ ประกอบด้วยชนิดของป่าสนเขา ป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง จึงทำให้มีลักษณะภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี ( ภูสอยดาวในเขตไทย หมายถึงลานสนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภูสอยดาว อยู่ที่ระดับความสูง 1,633 เมตร )
แต่ก่อนนั้นเคยมีคนเปรียบเทียบภูสอยดาวเป็นภูกระดึง2   ทั้งนี้เพราะว่าสภาพพื้นที่และป่าสนที่มีลักษณะคล้ายกัน แต่สิ่งที่ภูสอยดาวต่างกับภูกระดึงและเด่นกว่าคือสภาพป่าสนที่เป็นเนินสลับซับซ้อนให้บรรยากาศของการเดินเที่ยวบนภูได้มากกว่า อีกทั้งระยะทางการเดินเที่ยวบนภูยังไม่ไกล สามารถเดินชมโดยรอบเพียงวันเดียว แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ บนภูอยู่ไม่ไกลกันไม่ว่าจะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกซึ่งอยู่ห่างจุดตั้งแคมป์เพียง 10 นาที จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นอยู่ห่างเพียง 30 นาทีโดยประมาณ ทุ่งดอกไม้มีอยู่ทั่วไปบนภูและมีมากที่สุดบริเวณจุดกางเต็นท์ ทุ่งดอกไม้บนภูมีหลายชนิดผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกดอกให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชื่นชมตลอดฤดูฝนจนถึงช่วงต่อฤดูหนาว   อุณหภูมิโดยเฉลี่ยทั่วไป 27.0 องศาเซลเซียส ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน

วันเวลาที่แนะนำ

ช่วงปลายฝนต้นหนาว ระหว่างเดือนสิงหาคม – พฤศจิกายน เพราะช่วงปลายฝนต้นหนาว เหมาะสมแก่การท่องเที่ยวภูสอยดาวมากที่สุด ดอกไม้นานาพันธุ์ ภายในภูสอยดาวผลิดอกบานสะพรั่ง สวยงามท้าลมหนาวรอนักท่องเที่ยวยลโฉม

โดยเส้นทางที่จะขึ้นภูสอยดาวนั้นมีความยาวประมาณ 6.5 กิโลเมตร เป็นทางชันขึ้นเขาผ่านเนินสุดโหดต่างๆ เช่น เนินส่งญาติ เนินปราบเซียน เนินปราบก่อ เนินเสือโคร่ง และ เนินมรณะ ใช้เวลาเดินทางระหว่าง 4-6 ชั่วโมง จึงจะขึ้นถึงยอดภูลักษณะราบเรียบคล้ายภูกระดึง เนื้อที่กว้างใหญ่กว่า 1,000 ไร่ นอกจากนี้ นักเดินทางยังต้องแบกสัมภาระและอาหารต่างๆ ขึ้นไปเองทั้งหมด แต่เมื่อถึงภูแล้วภาพความงามของทุ่งหญ้าหงอนเงือก และป่าสนสามใบที่สวยงามที่สุดในเมืองไทย คงจะเป็นเสมือนรางวัลช่วยเพิ่มพลังให้กลับฟื้นได้เป็นแน่

 

แหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

 

น้ำตกภูสอยดาว: อยู่ริมเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติ มีทั้งหมด 5 ชั้น แต่ละชั้นมีชื่อไว้อย่างไพเราะว่า ภูสอยดาว สกาวเดือน เหมือนฝัน กรรณิการ์ และสุภาภรณ์ มีน้ำไหลตลอดปี

น้ำตกหลุมพบ:

น้ำตกสายทิพย์: เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มี 7 ชั้น ความสูงแต่ละชั้นประมาณ 5-10 เมตร สภาพป่าโดยรอบน้ำตกมีความชุ่มชื้นมาก จึงมีมอสส์สีเขียวขึ้นปกคลุมทั่วไปตามก้อนหินริมน้ำ

ทุ่งดอกไม้ในป่าสน : ช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายนของทุกปี จะมีดอกไม้ดินชูช่อแย่งกันออกดอกเป็นกลุ่มหนาแน่น เช่น ดอกหงอนนาค, ดอกสร้อยสุวรรณา และดอกหญ้ารากหอม ในฤดูหนาวจะมีดอกกระดุมเงิน, กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ และต้นเมเปิลซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสวยงามมาก

ลานสนสามใบภูสอยดาว

ลานสนสามใบภูสอยดาว: เป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติ มีพื้นที่ประมาณ 1,000 กว่าไร่ เป็นที่ราบบนเทือกเขาภูสอยดาว ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,633 เมตร ถึงแม้จะดูสูงไม่มากแต่ก็สูงกว่าภูกระดึง นี้เองจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้การเดินเท้าขึ้นลานสนใกล้กว่าภูกระดึงแต่สูงชันกว่า  สภาพพื้นที่ของลานสนสามใบจะเป็นเนินสูงต่ำสลับกันไป เป็นป่าสนสามใบ พืชชั้นล่างเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ การเดินทางไปเที่ยวลานสนสามใบภูสอยดาว ต้องเดินทางเท้าจากน้ำตกภูสอยดาวริมเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 ขึ้นสู่ยอดภูสอยดาวระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 4-6 ชั่วโมง โดยกลางทุ่งหญ้า มีดอกไม้ดินขึ้นชูช่อแย่งกันออกดอกเป็นกลุ่มหนาแน่น เช่น ดอกหงอนนาค จะมีดอกสีม่วง ดอกสร้อยสุวรรณา จะมีดอกสีเหลือง และ ดอกหญ้ารากหอม จะมีดอกสีม่วงเข้มสวยงามมาก ซึ่งฤดูหนาวจะมีอุณหภูมิระหว่าง 1-5 องศาเซลเซียส มีดอกกระดุมเงิน, กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์, ใบเมเปิล ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสวยงามมาก

 

หลักเขตไทย-ลาว: เป็นหลักเขตที่ปักปันเขตแดนแบ่งระหว่างประเทศไทยและประเทศลาว มีขึ้นหลังสงครามบ้านร่มเกล้า

 

การเดินทาง
การเดินทางด้วยรถยนต์สามารถไปได้ 2 เส้นทางคือโดยรถยนต์ จากจังหวัดพิษณุโลก ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1246 ถึงบ้านแพะแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1143 ผ่านอำเภอชาติตระการ แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1237 ผ่านบ้านบ่อภาคไปบรรจบกับเส้นทางแผ่นดินหมายเลข 1268 ถึงน้ำตกภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว รวมระยะทางประมาณ 188 กิโลเมตร

สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ ระยะทางประมาณ 133 กม. โดยใช้เส้นทาง อุตรดิตถ์-น้ำปาด (ทางหลวงหมายเลข 1047) ออกจากจังหวัดอุตรดิตถ์ พอถึง อ.น้ำปาดให้เลี้ยวรถเข้าไปใช้ ทางหลวงจังหวัด หมายเลข 1239 แล้วขับรถไปอีกประมาณ 46 กม. แล้วจึงเลี้ยวรถเข้าไปใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 ขับรถไปประมาณ 19 กิโลเมตรก็จะถึง อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

สิ่งอำนวยความสะดวกบนอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

ที่จอดรถ: มีที่จอดรถให้บริการแก่นักท่องเที่ยว

บริการอาหาร: มีร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว เฉพาะทางขึ้นภู

ลานกางเต๊นท์: อุทยาน แห่งชาติจัดเตรียมเต็นท์และสถาน ที่กางเต็นท์ ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว การสำรองที่พักเต็นท์สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่พักเต็นท์ได้ กับอุทยานแห่งชาติโดยตรง

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว: มีศูนย์ บริการนักท่องเที่ยว ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาขอรับบริการข้อมูลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 8.00 – 16.30 น

สุขาชาย-หญิง และ ห้องอาบน้ำ

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ :-
อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ต.ห้วยมุ่น อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ 53110
โทรศัพท์ 055-436001-2

 

รูปภาพบางส่วนจาก http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=nayrotsung&month=14-09-2009&group=1&gblog=41

 

 

 

ที่เที่ยวหัวหิน

หัวหิน (Hua Hin)

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ใกล้ๆ ซัก 2-3 วัน เราขอแนะนำ “หัวหิน” สถานที่พักผ่อนสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย เนื่องจากอยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพฯ มากนัก ตั้งอยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ สามารถเที่ยวได้ใน 1 วันและอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครเพียง 196 กิโลเมตร หากใช้เส้นทางถนนพระราม2 ใช้เวลาประมาณ 2.5-3 ชั่วโมงหากโดยสารทางรถ หรือ 45 นาทีหากเดินทางโดยเครื่องบิน “หัวหิน” นับเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย จากแต่เดิมที่เป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมง และได้ถูกเปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็นสถานที่พักผ่อนติดทะเล ที่ติดอันดับความนิยมของประเทศในตอนนี้  ปัจจุบัน “หัวหิน” มีที่พักหัวหิน รีสอร์ท และโรงแรมหัวหินชั้นนำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรีสอร์ทของชาวบ้านเอง หรือรีสอร์ทที่เป็นระดับห้าดาว ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเสน่ห์ของหัวหินยังคงเป็นเอกลักษณ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาพักผ่อนตลอดทั้งปี…

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

รัชกาลที่ 6 โปรดให้รื้อพระตำหนักหาดเจ้าสำราญมาปลูกขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ.2466 ได้รับขนานนามว่า “พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง” ลักษณะเป็นพระตำหนักไม้ส

องชั้น หันหน้าออกสู่ทะเล พระตำหนักฝ่ายในอยู่ปีกขวา ทางปีกซ้ายเป็นส่วนของฝ่ายหน้า ประกอบด้วยพระที่นั่งสามองค์เชื่อมต่อถึงกันโดยตลอด “พระที่นั่งสุนทรพิมาน” เป็นที่ประทับของพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระวรชายา “พระที่นั่งพิศาลสาคร” เป็นที่ประทับของพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

เป็นหมู่พระที่นั่งตรงกลางประกอบด้วยห้องต่างๆ สำหรับสำราญพระอิริยาบถ ห้องพักข้าราชบริพารที่คอยรับใช้ใกล้ชิด ห้องทรงพระอักษร และ “พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ “ เป็นอาคารโถงสองชั้นเปิดโล่งใช้เป็นที่ประชุมในโอกาสต่างๆ และเป็นโรงละคร ซึ่งเคยจัดแสดงละครครั้งสำคัญ 2 ครั้ง คือ เรื่องพระร่วง และวิวาห์พระสมุทร

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00 – 16.00 น. สำหรับผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะ ต้องทำหนังสือถึงผู้กำกับการกองบังคับการฝึกพิเศษ ค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โทร. (032) 471388 , 471130

 

พระราชวังบ้านปืน

พระราชวังบ้านปืน หรือ พระรามราชนิเวศน์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ให้สร้างด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อเป็นพระราชนิเวศน์ สำหรับประทับแรมในฤดูฝนทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดซื้อที่จากราษฎร และให้จอมพลเรือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้า บริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต กับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นแม่กองจัดการก่อสร้าง สร้

างแบบสถาปัตยกรรมยุโรป ออกแบบโดยมิสเตอร์คาลเดอริง ชาวเยอรมัน
เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2452 แล้วเสร็จในปี  พ.ศ. 2459 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า พระที่นั่งศรเพ็ชรปราสาท และทรงเปลี่ยนเป็น“พระรามราชนิเวศน์” ปี พ.ศ. 2461 ใช้เป็นที่รับรองแขกเมือง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนผู้กำกับลูกเสือ โรงเรียนฝึกหัดครูเกษตรกรรม โรงเรียนประชาบาลประจำตำบล ฯลฯ

การเข้าชมต้องทำหนังสือล่วงหน้าถึงผู้บังคับการจังหวัดทหารบก กองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 11 อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี 76000 หรืออาจติดต่อที่ป้อมยามแลกบัตรเพื่อขอเข้าชมอย่างไม่เป็นทางการ

 

สถานีรถไฟหัวหิน

“สถานีรถไฟหัวหิน” เป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่เก่าแก่ที่สุดของไทย สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของสถานีรถไฟแห่งนี้ คือ พลับพลาในแบบสถาปัตยกรรมไทยเด่นสะดุดตา ซึ่งได้ย้ายมาจากพระราชวังสนามจันทน์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 มีความสวยงามทางด้านสถาปัตย์และศิลป์ ซึ่งใครที่เห็นจะรู้สึกประทับใจ สถานียังคงเปิดให้บริการจวบจนทุกวันนี้

 

เขาหินเหล็กไฟ

จุดชมวิวตัวเมืองและอ่าวหัวหินที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง ประกอบด้วยจุดชมวิวหลายจุด ที่สำคัญคือเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ ยังมีศูนย์สินค้าพื้นเมือง สวนนก ร้านขายอาหาร และเครื่องดื่ม เป็นต้น ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองหัวหินไปทางทิศตะวันตกประมาณ 3 ก.ม. ช่วงเวลาที่เหมาะต่อการชมพระอาทิตย์ คือ ช่วงเช้าตรู่ และยังมีสวนสาธารณะไม้ดอก สวนผีเสื้อ อยู่บนเขา และมีจุดชมวิวเห็นตัวเมืองหัวหิน สนามกอลฟ์ และทะเล

 

 

เขาตะเกียบ เขาไกรลาส

มีวัดตั้งอยู่บนภูเขาซึ่งยื่นออกไปในทะเล ตั้งอยู่ห่างตัวเมืองทางทิศใต้ 6 ก.ม. ภายในบริเวณวัดร่มรื่น เย็นสบาย มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมประดิษฐานอยู่ เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพอ่าวหัวหินที่งดงามมากจุดหนึ่ง รอบเขาตะเกียบนี้มีที่พักและร้านอาหารให้บริการหลายแห่ง และยังมีภูเขาลูกเล็กๆ 2 ลูกอยู่ใกล้กัน ห่างจากหัวหินไปทางใต้ประมาณ 14 กิโลเมตร เขาตะเกียบมีโขดหินที่ยื่นออกไปในทะเล มีความสวยงามเหมาะกับการพักผ่อนเป็นที่สุด และยังมีจุดชมวิวสวยๆ อีกด้วย

 

เขาช่องกระจก

ถ้าพูดถึงอำเภอเมืองประจวบฯหลายคนคงนึกถึงแต่ทะเล  แต่สถานที่เที่ยวอีกแหล่งหนึ่งของเมืองประจวบฯ นั่นก็คือ “เขาช่องกระจก” อยู่ด้านหลังศาลากลางจังหวัด แม้จะสูงชัน แต่มีบันไดขึ้นไปจนถึงยอดเขา  ด้านบนนั้นสามารถมองลงมาเห็นอ่าวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ทั้ง 3 อ่าว ซึ่งจะมีอ่าวประจวบคีรีขันธ์, อ่าวมะนาว, และอ่าวน้อย ระยะทางขึ้นเขานั้นก็ไม่ได้ลำบากอะไรมาก จะเป็นบันไดคอนกรีตสูง 389 ขั้นแต่ขึ้นไปแล้วรับรองคุ้มค่า เพราะจะได้เห็นทิวทัศน์ของตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ และทางทิศเหนือของภูเขาลูกนี้มีช่องคล้ายกรอบกระจก จึงเรียกว่า “เขาช่องกระจก” ที่สำคัญบนเขานี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธบาทจำลองด้วย  (ขอบคุณภาพจาก http://prachuapparadise.blogspot.com )

หาดสวนสนประดิพัทธ์

อีกหาดหนึ่งซึ่งสวยงามไม่แพ้ชายหาดหัวหินคือ หาดสวนสนประดิพัทธ์ ตั้งอยู่ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน อยู่ห่างจากหัวหินไปทางทิศใต้ประมาณ 9 กิโลเมตร โดยมีทางแยกจากถนนเพชรเกษมที่ กม. 240 เข้าไปประมาณ 500 เมตร มีรถโดยสารจากหัวหินไปยังสวนสนทุก 20 นาที บริเวณชายหาดมีที่พักลักษณะเป็นบังกะโล เรือนแถว และห้องพัก ไว้คอยให้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย  เป็นชายหาดที่สวยงามขนานไปกับแนวสน ซึ่งข้อแตกต่างจากหาดหัวหินคือเงียบสงบกว่า ร่มรื่นด้วยแนวสนประดิพัทธ์ เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ หาดสวนสนแห่งนี้นอกจากจะมีแนวสนประดิพัทธ์เป็นเอกลักษณ์ของชายหาดแล้ว เมื่อเดินพ้นจากแนวต้นสนออกมายังชายหาด จะพบว่าหาดสวนสนมีแนวหาดกว้าง สวยงามไม่แพ้หาดใด ๆ และด้วยความยาวถึง 2.8 กิโลเมตร จากเขาตะเกียบ มองดูเป็นเวิ้งโค้งสวยงาม ทรายขาวสะอาด ร่มรื่นไปด้วยทิวสนประดิพัทธ์ อันเป็นที่มาของชื่อหาด ระดับน้ำทะเลไม่ลึก เหมาะกับการลงเล่นน้ำ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ บนหาด ก็มีอยู่เพียบพร้อม ไม่ว่าจะเป็นห้องอาบน้ำจืด ห้องสุขา รวมทั้งเตียงผ้าใบ เสื่อ ห่วงยางเล่นน้ำ ร้านอาหาร ที่พักทั้งโรงแรมและบังกะโลไว้บริการ เพียบพร้อมด้วยบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างนี้คุณยังไม่อยากไปเที่ยวที่หาดสวนสนอีกหรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ (032)536-581-4

เกาะสิงโต

ตั้งอยู่ห่างจากฝั่งสวนสนประมาณ 800 เมตร เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีผู้นิยมไปตกปลาและดำน้ำ ติดต่อเช่าเรือได้ที่หมู่บ้านเขาตะเกียบ

หาดหัวหิน

ชายหาดอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งแรกของเมืองไทย ด้วยน้ำทะเลใส ทรายสะอาด บรรยากาศดี จึงเป็นที่ใฝ่ฝันและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมานานทุกยุคทุกสมัย

 

ตลาดโต้รุ่งหัวหิน

นับเป็นสีสันยามราตรีของหัวหิน ทุกเย็นมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแวะเวียนไปเสมอ เพราะเป็นแหล่งรวมแผงอาหารนานาชนิด ทั้งอาหารไทย อาหารทะเล ขนมไทย โรตีแขก ปรุงสดๆ ให้เลือกสรร นอกจากนั้นยังมีของที่ระลึกจำหน่ายมากมาย

 

 

สวนหลวงราชินี

สวนสาธารณะริมทะเลแห่งใหม่ของหัวหิน 19 ถ.เพชรเกษม ก่อนถึงตัวเมืองหัวหิน 2 ก.ม.เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และจัดกิจกรรมต่างๆ มีดนตรีฟังสบายๆ ทุกเย็นวันศุกร์

 

น้ำตกป่าละอู

น้ำตกสวยงามขนาด15 ชั้น กลางป่าดิบชื้นอันอุดมสมบูรณ์ ตั้งอยู่ในเขตตำบลหนองพลับ อ.หัวหิน ห่างจากตัวเมืองหัวหินไปทางทิศตะวันตกประมาณ 60 กิโลเมตร ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีน้ำไหลตลอดปี เป็นแหล่งที่มีผีเสื้อชุกชุม ช่วงเวลาที่เหมาะต่อการท่องเที่ยว คือ ช่วงเช้าตรู่ ประมาณ 07.00 – 10.00 น. เนื่องจากอากาศเย็นสบายและมีโอกาสพบสัตว์ป่า รวมทั้งนกหายากหลายชนิด เช่น นกเงือก

อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด

ตั้งอยู่ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของกิ่งอำเภอสามร้อยยอด ตามตำนานเล่าว่าเดิมเคยเป็นทะเลที่มีเกาะแก่งมากมาย เรือสำเภาจีนเดินทางค้าขายผ่านมาและเกิดอัปปางลง ลูกเรือว่ายน้ำหนีขึ้นฝั่งรอดชีวิต 300 คน จึงตั้งชื่อว่า “เขาสามร้อยรอด” แล้วเพี้ยนมาเป็น “เขาสามร้อยยอด” ซึ่งพ้องกับลักษณะ 4 ภูมิประเทศ ที่เป็นเขาหินปูนมากมายนับไม่ถ้วนนั่นเอง เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรก

ด้วยเนื้อที่ 98 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศประกอบด้วยเทือกเขาหินปูนสลับซับซ้อน ลำคลอง และที่ราบน้ำท่วมถึง เกิดเป็นทุ่งหนองมีพืช ปลา สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ค่างแว่นถิ่นใต้ เลียงผา นก ซึ่งมีทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพมากมายถึงกว่า 300 ชนิด เป็นระบบนิเวศแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำที่สมบูรณ์และมีความสำคัญในระดับประเทศ

โอ๊ะโอ้ว… นี่เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวส่วนหนึ่งที่เรานำมาฝากเท่านั้นนะคะ ที่ “หัวหิน” ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมายรอให้คุณไปสัมผัสด้วยตัวเอง… ขอบอกว่าไม่ไปไม่รู้จริงจริ๊ง… สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรายละเอียดท่องเที่ยวต่างๆ ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ต่อไปนี้ค่ะ

** ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว โทร.0-3253-2433
** สำนักงานการท่องเที่ยวภาคกลางเขต 2 (ททท.) โทร. 0-3247-1005-6
** สถานีตำรวจ โทร.0-3251-5995
** ที่ทำการไปรษณ๊ย์ โทร. 0-3251-1063
** สถานีกาชาดเฉลิมพระเกียรติ โทร.0-3251-10124
** สถานีรถปรับอากาศหัวหิน โทร.0-3251-1654
** สถานีรถไฟหัวหิน โทร.0-3251-1073
** สถานีขนส่งหัวหิน (บขส.) โทร 0-3251-1230
** ท่าอากาศยานหัวหิน โทร. 0-3252-0343
** สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โทร.0-3251-3574
** สถานีตรวจอากาศหัวหิน โทร.0-3251-1172
** ศูนย์ร่วมด้วยช่วยกันหัวหิน โทร.0-3251-9111, 191

 

ข้อมูลการเดินทาง

โดยรถยนต์ส่วนตัว ได้ 2 เส้นทาง

- สายธนบุรี – ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า ถ.เพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่านเพชรบุรี เข้าหัวหิน ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง

- สายพุทธมณฑล ผ่านนครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี ประมาณ 3 ชั่วโมง

โดยรถโดยสาร

เริ่มต้นที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ รถปรับอากาศมี 2 ประเภท คือ ชั้น 1 และ ชั้น 2 รถปรับอากาศชั้น 1 จะจอดเฉพาะอำเภอที่สำคัญเท่านั้น ส่วนรถปรับอากาศชั้น 2 จะแวะจอดรับผู้โดยสารระหว่างทางด้วย

รถปรับอากาศชั้น 1

บ.พุดตานทัวร์ โทร.02-435-5302
บ.หัวหิน-ปราณทัวร์ 02-884-6191-2
บางสะพานทัวร์ 02-435-5105

รถปรับอากาศชั้น 2

รถร่วมบริการ 02-437-7414

โดยรถไฟ

มีรถไฟไปหัวหินทุกวัน  เริ่มที่หัวลำโพง โทร. 02-233-7010 , 02-223-7020

เริ่มที่สถานีธนบุรี-บางกอกน้อย โทร. 02-411-3104

โดยเครื่องบิน

โดยบริษัทบางกอกแอร์เวย์ มีเที่ยวบินกรุงเทพฯ-หัวหิน วันละ 1 เที่ยว โทร. 02-229-3456-63

 

ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยทัวร์ดอทคอม

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง

ภูหลวง ภาษาอีสาน “หลวง” มีความหมายว่าใหญ่ ภูเขาแห่งนี้จึงเป็นภูเขาที่สูงใหญ่ เกิดจากการยกตัวของพื้นผิวโลก และดินส่วนที่อ่อนถูกพัดพาลงสู่พื้นที่ส่วนต่ำ คงเหลือหินซึ่งเป็นโครงสร้างส่วนที่แข็งไว้เป็นภูเขา ที่ดินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงถูกกำหนดให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเมื่อวันที่ 18ธันวาคม พ.ศ. 2517มีเนื้อที่ประมาณ 848 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 530,000 ไร่ ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอวังสะพุง อำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย และกิ่งอำเภอภูหลวง จังหวัดเลย และได้มีการกำหนดพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงขึ้นใหม่ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2534 เนื่องจากมีการผนวกพื้นที่เพิ่มเติมและเพิกถอนพื้นที่บางส่วน มีเนื้อที่ประมาณ 897ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 560,593 ไร่
ลักษณะภูมิประเทศ
สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงใหญ่แนวเขตเริ่มจากระดับความสูงมาตรฐานปานกลางระดับน้ำทะเลประมาณ 400 เมตร ถึงยอดสูงสุดของภูหลวง 1,571 เมตร เทือกเขาซีกตะวันออกมีลักษณะเป็นภูเขาลูกใหญ่มีที่ราบบนหลังเขาระดับความสูง 1,200-1,500 เมตร เนื้อที่ประมาณ 100 กม.เทือกเขาซีกตะวันตกเป็นภูเขาลูกเล็ก ๆ ตั้งชันสลับซับซ้อนเป็นลูกคลื่นระดับความสูง 600-800 เมตร
ลักษณะภูมิอากาศ
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธุ์ถึงเดือนเมษายน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 20-24 องศาเซลเซียส
ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม อุณหภูมิสูงกว่าฤดูร้อนเล็กน้อยหรือใกล้เคียงกัน
ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกรกฎาคม อากาศหนาวจัดอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 8-16 องศาเซลเซียส โดยปกติแล้วในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคมจะมีอุณหภูมิลดลงถึง 4-6 องศาเซลเซียส อยู่หลายวันและบางปีอุณหภูมิจะลดต่ำลงกว่าจุดเยือกแข็ง

ชนิดป่าและพรรณไม้
ภูหลวงเป็นเจ้าของพรรณไม้อันประเมินค่าไม่ได้้ จนได้รับคำยกย่องให้เป็นมรกตแห่งอีสาน  ช่วงที่น่าไปมากที่สุดคือฤดูหนาว ป่าไม้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงแบ่งได้ดังนี้
1. ป่าดงดิบชื้น (Tropical Forest) เป็นป่าดงดิบที่อยู่ในระดับความสูง 400-800 เมตร พรรณไม้ส่วนใหญ่ไม่ผลัดใบ ชนิดไม้ที่ขึ้นอยู่ ได้แก่ พะวา ชะม่วง มะไฟป่า ตังหน เลือดควาย แซะ แดงน้ำ มะหาด กาลพฤกษ์ สมุย ค้อ ส้าน บุนนาค ราชพฤกษ์ ชมพู่ป่า ตะโก คายโซ่ ลำใยป่า มะค่าโมง ประดู่ ตะเคียนหิน เป็นต้น
2. ป่าดงดิบเขา (Hill Evergreen Forest) เป็นป่าดงดิบที่อยู่ในระดับความสูงตั้งแต่ 800 เมตรขึ้นไป ชนิดไม้ที่ขึ้นอยู่มี ยางควน สนทก่อแดง บุนนาค มะหาด สนแผง สนหางกระรอก ข่าต้นอบเชย ตะไคร่ต้น ก่วมแดง กระทุ่ม ซ้อ ทะโล้ ค่าขี้หมู เป็นต้น
3. ป่าเบญจพรรณ (Mixed Deciduos Forest) พบป่าชนิดนี้ทางด้านตะวันออกท้องที่อำเภอ วังสะพุง และกิ่งอำเภอภูหลวง ไม้ที่ขึ้นอยู่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ประดู่ มะค่าโมง แดง ยาง กะบก ตีนนก ตะแบกใหญ่ เป็นต้น
4. ป่าเต็งรัง (Dry Dipterocarp Forest) พบป่าชนิดนี้เป็นส่วนน้อยในท้องที่อำเภอวังสะพุง และอำเภอด่านซ้าย ไม้ที่ขึ้นอยู่ ได้แก่ เต็ง รัง เหียง ประดู่ ตระคร้อ ติ้ว มะขามป้อม รัก ตีนนก กะโน แค เป็นต้น
5. ป่าสนเขา (Coniferous Forest) พบป่าชนิดนี้ในที่ราบบนหลังเขาเป็นกลุ่ม ๆ กระจายอยู่ทั่วไป สนที่ขึ้นอยู่ส่วนมากเป็นสนสามใบ (Pinus khasya) ส่วนสนสองใบ ( Pinus Merkusii ) พบขึ้นกระจายเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยไม่หนาแน่น
6. ป่าไม้พุ่ม (Bush Forest) พื้นที่ดินของป่าชนิดนี้มักจะตื้นมีหินผุดโผล่ขึ้นทั่วไป พบป่าชนิดนี้ในที่ราบบนสันเขา พันธุ์ไม้ที่ขึ้นอยู่ ได้แก่ กุหลาบขาว กุหลาบแดง ส้มแปะ ประทัดแดง เง่าน้ำทิพย์ สนสร้อย และก่อดำ เป็นต้น
7. ทุ่งหญ้า (Savannah) เป็นทุ่งหญ้าคา พบอยู่ในที่ราบบนหลังเขาทั่วไป

สัตว์ป่า
สัตว์ป่าสงวน มีเหลืออยู่ 1 ชนิด คือ เลียงผา
สัตว์ป่าคุ้มครอง มีช้าง กระทิง เสือโคร่ง เสือปลา กวางป่า หมีควาย อีเก้ง หมูป่า กระจง อีเห็นชนิดต่าง ๆ เม่นใหญ่ เม่นหางพวง หนูหริ่ง ไก่ฟ้าหลังขาว ไก่ป่า นกกางเขนน้ำ และนกอื่น ๆ ประมาณ 130 ชนิด เป็นต้น

จุดเด่นที่น่าสนใจ
1. อุณหภูมิของอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูหนาวอุณหภูมิจะลดลงใกล้ถึงจุดเยือกแข็งหรือต่ำกว่าจุดเยือกแข็งเกือบทุกปี
2. เป็นแหล่งที่มีพืชพรรณไม้ในที่สูงที่อุดมสมบูรณ์มาก มีกล้วยไม้ป่ามากกว่า 160 ชนิด มีพืชพรรณ ไม้ที่หายากหรือมีที่ภูหลวงเพียงแห่งเดียวหรือพืชพรรณไม้ที่ไม่ค่อยจะพบเห็น
3. สวนหินธรรมชาติที่ประกอบด้วยพืชพรรณไม้ดอกกล้วยไม้และพืชชั้นต่ำ เช่นลานสุริยัน และป่าหินภูเขา
4. หน้าผาที่สูงชันและทิวทัศน์ที่สวยงาม เช่น ผาสมเด็จ ผาเยือง และผาโหล่นแต้
5. ทุ่งดอกไม้ป่าที่สมบูรณ์และสวยงาม เช่นทุ่งกุหลาบแดง ทุ่งกุหลาบขาว
6. รอยเท้าไดโนเสาร์ ที่มีอายุประมาณ 120 ล้านปี
7. น้ำตกที่ตกจากหน้าผาที่สูงประมาณ 60 เมตร เช่นน้ำตกตาดเลย
สิ่งอำนวยความสะดวก
1. บ้านพักเรือนไม้ 6 หลัง แต่ละหลังมีห้องนอน 2 ห้อง ห้องน้ำ 2 ห้อง มีน้ำประปาและไฟฟ้า (ไฟฟ้ามีเฉพาะเวลากลางคืนถึง 21.00 น. ไม่อนุญาตให้ประกอบอาหารที่บ้านพัก)
2. เครื่องนอนประกอบด้วย ที่นอน หมอนและผ้าห่มนวม บ้านพักหลังละ 8 ที่

การเดินทาง
เส้นทางที่ 1 กรุงเทพฯ – จังหวัดสระบุรี - อำเภอสีคิ้ว – จังหวัดชัยภูมิ – อำเภอภูเขียว- อำเภอชุมแพ – อำเภอภูกระดึง – อำเภอสะพุง – จังหวัดเลย ระยะทางประมาณ 560 กิโลเมตร
เส้นทางที่ 2 กรุงเทพฯ - จังหวัดสระบุรี – จังหวัดเพชรบูรณ์ – อำเภอหล่มสัก – อำเภอหล่มเก่า – อำเภอด่านซ้าย – อำเภอภูเรือ – จังหวัดเลย ระยะทางประมาณ 530 กิโลเมตร
การเดินทางจากจังหวัดเลยไปยังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงออกเดินทางจากตัวจังหวัดเลยไปตามเส้นทางสายจังหวัดเลย - อำเภอภูเรือ ระยะทาง 36 กิโลเมตร จะถึงบ้านสานตม แล้วแยกซ้ายที่บ้านสามตมไปอีก18 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
สำหรับผู้ที่เดินทางโดยเส้นทางที่ 2 ถ้าไม่เข้าตัวจังหวัดเลย เมื่อเดินทางผ่านอำเภอภูเรือไปตามเส้นทางเข้าจังหวัดเลยได้ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร จะถึงบ้านสามตม แล้วแยกขวาที่บ้านสามตมไปเป็นระยะทาง 18กิโลเมตร จะถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง

หมายเหตุ
1. กรมป่าไม้ไม่ให้เข้าไปใช้สถานที่นอกจากจะเข้าไปทำการศึกษาค้นคว้าหรือวิจัยทางด้านวิชาการ
2. การใช้สถานที่ทางด้านโหล่นแต้ เขตอำเภอวังสะพุงซึ่งจังหวัดเลยดำเนินกิจการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวติดต่อที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย

 

 

อุทยานแห่งชาติภูเรือ

อุทยานแห่งชาติภูเรือ

อุทยานแห่งชาติภูเรือ

อุทยานแห่งชาติภูเรือ

ในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยว ต้องยกให้ภูเรือเป็นหนึ่งในสุดยอดแห่งความนิยมที่ครองใจคนไทยมานานหลายสิบปี จนถึงทุกวันนี้แม้จะที่ท่องเที่ยวใหม่ๆเปิดตัวกันมาก แต่พอถึงฤดูหนาวปั๊บ  โปรแกรมเที่ยวภูเรือจะไปปรากฎในใจผู้คนโดยอัตโนมัติ เพราะคนไม่น้อยล้วนมีประสบการณ์กับภาพอันงดงามของภูแห่งนี้ และ เลือกที่จะกลับมาพบกับความสวยที่แน่นอนที่มีอยู่มากกว่าไปเสี่ยงกับที่เที่ยวที่ไม่คุ้นเคย อุทยานแห่งชาติภูเรือ  “ภูเรือ” เราจะรู้จักดีในนาม ที่พักผ่อนยามฤดูหนาวมาเยือน ธรรมชาติที่นี่อยู่บนเทือกเขาสูงเป็นรอยต่อระหว่างภาคเหนือและอีสาน อุทยานแห่งชาติภูเรือ มีพื้นที่ครอบคลุม 3  อำเภอคือ หนองบัว อำเภอภูเรือ และอำเภอท่าลี่ อาณาเขตทางทิศเหนือติดกับประเทศลาว  รูปพรรณสันฐานของภูเรือมีรูปร่างลักษณะเหมือนเรือใหญ่บนยอดดอยสูงเป็นภูผา สีสันสะดุดตาหินบางก้อนมีลักษณะเหมือนถูกปั้นแต่งไว้ ชาวบ้านเรียกว่า “กว้านสมอ” โดยรอบๆ จะเห็นยอดดอยเป็นขุนเขาน้อยใหญ่ใกล้เคียงเป็นฝ้าขาวด้วยละอองน้ำ หมอก ปกคลุมไว้ท่ามกลางป่าอันอุดมสมบูรณ์ มีเนื้อที่มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 75,525 ไร่ ประกาศ เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 26 กรกฏาคม 2522 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 16 ของประเทศ

ลักษณะภูมิประเทศ พื้นที่ป่าภูเรือประกอบด้วยทิวเขาสูง สลับซับซ้อนเรียงรายเป็นรูปต่างๆ น่าพิศวงสลับกับที่ราบเป็นบางส่วน สาเหตุที่ขนานนามว่า “ภูเรือ” เพราะมีภูเขาลูกหนึ่งมีชะโงกผายื่นออกมาดูคล้ายสำเภาใหญ่ และที่ราบบนยอดเขามีลักษณะคล้ายท้องเรือตลอดจนมีธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงาม  เป็นทิวเขาสลับซับซ้อนประกอบด้วยเขาหินทรายและหินแกรนิต สลับกัน มีสภาพป่าหลายชนิดปะปนกันอย่างสวยงาม ทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ ป่าสนเขา โดยเฉพาะยอดภูเรือ ประกอบด้วยป่าสนเขา สลับกับสวนหินธรรมชาติแซมด้วยพุ่มไม้เตี้ย สลับด้วยทุ่งหญ้าเป็นระยะ ไม้พื้นล่างที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ กุหลาบป่า มอส เฟิน และกล้วยไม้ที่สวยงาม เช่น ม้าวิ่ง สามปอย ไอยเรศ เอื้องคำ เอื้องผึ้ง เอื้องเงิน ซึ่งขึ้นตามต้นไม้และโขดหิน กล้วยไม้เหล่านี้จะออกดอกบานสะพรั่งให้ชมสลับกันไปตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าที่ที่ชุกชุมพอสมควร ที่พบบ่อย เช่น ได้แก่ หมี เก้ง หมาใน ไก่ฟ้าพญาลอ เต่าปูลู โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะอพยพมาจากประเทศจีนเป็นจำนวนมาก     อุทยานภูเรือ อยู่บนยอดเขาสูงทำให้มีอากาศเย็นตลอดปีและเป็นอุทยานที่มีอากาศ หนาวเย็นที่สุดของประเทศโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะหนาวเย็นมาก จนกระทั่งน้ำค้างบนยอดหญ้าจะแข็งตัว ภาษาพื้นเมือง เรียกว่า “แม่คะนิ้ง” ช่วงเดือนที่เหมาะที่จะมาเที่ยวคือเดือนตุลาคม-มีนาคม

ขอบคุณข้อมูลจาก

http://park.dnp.go.th

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

อยากรู้ว่าคนที่เรารักเป็นอย่างไร ลองพาคนที่เรารักไปร่วมพิสูจน์รักด้วยการเดินทางพิชิตยอดภูของ อุทยานแห่ง ชาติภูกระดึง และถ้าหากคนคนนั้น สามารถร่วมเดินทางไปกับคุณจนกระทั่งถึงยอดดอย และคอยช่วยเหลือดูแลกันและ กันเป็นอย่างดีแล้วล่ะก็ เขาก็คือรักแท้ของเราเป็นแน่แท้!!!
…นี่คือตำนานคำกล่าวขานที่มักได้ยินเสมอๆ เมื่อเอ่ยถึง ภูกระดึง หรือ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะการที่เราจะขึ้นไปถึงยอดดอยได้ ต้องเดินเท้าเป็นระยะทางกว่า 9 กิโลเมตร คือขึ้นเขา 5 กิโลเมตร บวกทางราบอีกประมาณ 3-4 กิโลเมตร (โห…ไหวไหมเนี่ย) ซึ่งนอกจากจะมีคู่รักไปสัมผัสพิสูจน์รักแท้แล้ว ภูกระดึง มักจะได้รับความนิยมในการไปแบบกลุ่มเพื่อนฝูงกัน และ ทุกคนที่ได้ไปสัมผัสต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตอนเดินโคตรเหนื่อย แต่พอได้ไปสัมผัสกับธรรมชาติข้างบน ภูกระดึง แล้วคุ้มสุด ๆ

ภูกระดึงตั้งอยู่ที่อำเภอภูกระดึงในจังหวัดเลย เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศไทย เนื่องจากมีธรรมชาติที่สวยงาม ในแต่ละปีจึงมีคนมาเที่ยวเฉลี่ยหลายหมื่นคน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวมักมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปพักผ่อนบนภูกระดึงจำนวนมาก

ผาหล่มสัก

ผาหล่มสัก

เส้นทางสู่ภูกระดึง

เส้นทางสู่ภูกระดึง

สำหรับการเดินทางขึ้น ภูกระดึง นั้น ทางอุทยานฯ จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นได้ตั้งแต่เวลา 07.00 – 14.00 น. ของทุกวัน และหลังจากเวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ทางอุทยานฯ จะไม่อนุญาต เพราะระยะทางในการเดินทางขึ้นเขาต้องใช้เวลาในการเดินเท้า ประมาณ 4-5 ชั่วโมง ซึ่งจะตรงกับเวลาพลบค่ำในระหว่างทาง ดังนั้น อาจจะทำให้เกิดความยากลำบาก อีกทั้งอาจได้รับอันตรายจากสัตว์ป่าที่ออกหากินในเวลากลางคืนอีกด้วย

 

เส้นทางขึ้นไปยังยอดเขาภูกระดึง

เส้นทางขึ้นที่อำเภอภูกระดึง: เป็นเส้นทางเก่าแก่และได้รับความนิยมมากที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นเขาในเส้นทางนี้ได้ที่อำเภอภูกระดึง ณ ที่ทำการอุทยาน ในเส้นทางขึ้นจะมีบริเวณที่พักและร้านอาหารหลายช่วง มีระยะทาง 5.5 กม.จากที่ทำการถึงหลังแป และจากหลังแปถึงที่พักประมาณ 3.6 กม.
เส้นทางขึ้นที่อำเภอน้ำหนาว: นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางขึ้นไปยังยอดเขาภูกระดึงได้ที่บ้านฟองใต้อำเภอน้ำหนาว ซึ่งเป็นเส้นทางขึ้นเขาเส้นทางใหม่ โดยจะขึ้นไปที่ผาหล่มสักโดยตรง มีระยะมีระยะทาง 5.2 กิโลเมตรจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ลย.5 (หนองผักบุ้ง) ถึงผาหล่มสัก

เส้นทางท่องเที่ยวบนยอดเขาภูกระดึงแบ่งออกได้เป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือบริเวณท่องเที่ยวปกติ และบริเวณป่าปิด โดยบริเวณแหล่งท่องเที่ยวปกติก็จะแบ่งได้เป็นสองเส้นทางคือ เส้นทางน้ำตก และ เส้นทางเลียบผา ส่วนบริเวณป่าปิดก็จะแบ่งได้เป็น เส้นทางน้ำตกขุนพอง และ เส้นทางผาส่องโลก
เส้นทางน้ำตกจะผ่านแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้แก่ น้ำตกวังกวาง น้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกโผนพบ น้ำตกเพ็ญพบ น้ำตกถ้ำใหญ่ สระแก้ว น้ำตกถ้ำสอใต้ สระอโนดาด น้ำตกธารสวรรค์ และ พระพุทธเมตตา เส้นทางเลียบผาจะผ่านแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้แก่ พระแก้ว ผานกแอ่น ผาหมากดูก ผาจำศีล ผานาน้อย ผาเหยียบเมฆ ผาแดง และผาหล่มสัก เส้นทางน้ำตกขุนพองจะผ่านแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้แก่น้ำตกขุนพอง และเส้นทางผาส่องโลกจะผ่านแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้แก่ น้ำตกผาฟ้าผ่า โหล่มฟ้าโลมดิน ผาส่องโลก โหล่นเจดีย์ โหล่นถ้ำพระ และ แง่งทิดหา
จุดดูพระอาทิตย์ขึ้นสามารถดูได้ที่ผานกแอ่นเพียงที่เดียวมีระยะทางห่างที่พักเพียง 2 กม. สำหรับจุดดูพระอาทิตย์ตกสามารถชมได้ที่ผาหมากดูกซึ่งใกล้ที่สุดห่างจากที่พักเพียง 2 กม. และผาหล่มสักซึ่งเป็นจุดที่นิยมมากที่สุด

บรรยากาศภูกระดึง

บรรยากาศช่วงเช้ามืดบนภูกระดึง

 

จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนภูกระดึง

ผานกแอ่น
ผานกแอ่น

ผานกแอ่น… เป็น ลานหินเล็กๆ มีสนต้นหนึ่ง ขึ้นโดดเด่นอยู่ริมหน้าผา เป็นจุดท่องเที่ยวชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่สำคัญอยู่จากที่พักศูนย์วังกวางเพียง 2 กิโลเมตร ในทุกเช้าของหน้าหนาวจะมีนักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูปกันมากและ มักจะมีการชิงทำเลดีๆ เสมอ สมัยนี้ทางไปมักมีช้างอาละวาด ตอนเช้าจะต้องไปพร้อมเจ้าหน้าที่เสมอ ห้ามไปเอง เป็นอันขาด นอกจากนั้น หากอากาศดีพอ ในช่วงเวลาที่เดินเท้าฝ่าความมืดมาชมพระอาทิตย์ขึ้นนั้น เป็นช่วงที่ประจวบเหมาะกับ เวลาที่พระจันทร์กำลังจะลับขอบฟ้า ด้านตะวันตกนั้นจะได้เห็นภาพสวยงามแปลกตาไปอีกแบบ ริมทางเดินใกล้ผานกแอ่นเป็นสวนหินมีดอกกุหลาบป่าขึ้นอยู่เป็นดงใหญ่ ซึ่งจะบานสะพรั่งเต็มต้นในเดือน มีนาคม-เมษายน และใครที่อยากไปชมประอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ควรเตรียมไฟฉายสำหรับใช้ส่องทางไปด้วย

 

 

ผาหล่มสัก

ผาหล่มสัก

ผาหล่มสัก…ถ้าไม่มาชมพระอาทิตย์ตกที่นี่ ก็เหมือนไม่ได้มาเยือนภูกระดึง…หลายคนถึงกับออกปากไว้แบบนั้น ตัวผาหล่มสักอยู่ห่างจากผาแดง 2.5 กิโลเมตร หากเดินมาจากแยกศูนย์โทรคมนาคมกองทัพอากาศ บนเส้นทางน้ำตก แต่ถ้าเดินจากที่พักศูนย์วังกวาง จะมีระยะประมาณ 9 กิโลเมตร หากจะมาต้องเตรียมตัวให้ดี เพราะขากลับจะมืดกลางทางอย่างแน่นอน ด้วยลักษณะแผ่นหินแปลกตากับโค้งกิ่งสนที่รองรับกันพอดิบพอดีเช่นนี้ นักท่องเที่ยวจึงนิยมจะใช้เป็นจุดชมวิว ดูดวงอาทิตย์ตกดิน และน่าจะถือได้ว่าเป็นภาพที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง แนะนำสักนิดสำหรับผู้ที่จะไปชมประอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ควรเตรียมเสื้อกันหนาวและไฟฉายสำหรับใช้ส่องทางเวลาเดินกลับที่พัก ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง
ผาหมากดูก…อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 2.5 กิโลเมตร เป็นผาที่มีลานหินกว้างขวาง เป็นผาสำหรับชมพระอาทิตย์ตกที่ใกล้ที่พักมากที่สุด สามารถชมทิวทัศน์ภูผาจิตในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ในช่วงต้นฤดูฝนจะมีดอกกระเจียวขึ้นเต็มทุ่งตามเส้นทางสู่ผาหมากดูก
น้ำตกวังกวาง

น้ำตกวังกวาง

น้ำตกวังกวาง…ชื่อก็บอกอยู่แล้ว น้ำตกวังกวางอยู่ใกล้ที่พักศูนย์วังกวางมากที่สุด โดยมีระยะทางห่างแค่ราว 1 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ห้วยเล็กๆ ที่โอบล้อมที่พักอีกด้านจะไหลลงน้ำตกที่นี่ วังกวางเป็นน้ำตกเล็กๆ ชั้นที่สูงสุด จะสูงประมาณ 7 เมตร ด้านข้างของน้ำตกมีทางแคบๆ สำหรับปีนลงไปทีละคน จะพบหลืบหินมีลักษณะคล้ายถ้ำใต้น้ำตก น้ำตกวังกวางจะมีความสวยงามมากในช่วง ฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – ตุลาคม บริเวณนี้จะมีทากชุม เพราะเป็นด่านช้าง หรือทางช้างเดิน ส่วนในฤดูท่องเที่ยวซึ่งเป็นฤดูแล้ง ปริมาณน้ำค่อนข้างน้อย นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมได้ง่ายใกล้ที่พัก
น้ำตกถ้ำสอเหนือ…อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง 4.8 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดกลาง สูง 10 เมตร น้ำไหลมาจากผาเป็นม่านน้ำตก บริเวณเหนือน้ำตกมีดงกุหลาบแดง ซึ่งในช่วงฤดูร้อนจะผลิดอกสร้างสีสรรค์ให้ กับบริเวณนี้สวยงามยิ่งขึ้น
น้ำตกเพ็ญพบ

น้ำตกเพ็ญพบ

น้ำตกเพ็ญพบใหม่…เกิดจากลำธารวังกวาง น้ำตกผ่านผาหินรูปโค้ง ในหน้าหนาว ใบเมเปิ้ลที่อยู่บริเวณริมน้ำตก จะร่วงหล่นลอยไปตามผิวน้ำยามแดดสาดส่องผ่าน ลงมาจะเป็นสีแดงจัดตัดกับสีเขียวขจีของตะไคร่น้ำตามโขดหิน ลำธารวังกวางเป็นต้นกำเนิดน้ำตกที่มีชื่ออีกแห่งหนึ่ง คือ น้ำตกโผนพบ ซึ่งตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่ โผน กิ่งเพชร นักชกแชมป์เปี้ยนโลกคนแรกของชาวไทยในฐานะเป็นผู้ค้นพบคนแรก เมื่อคราวที่ขึ้นไปซ้อมมวยให้ชินกับอากาศหนาว ก่อนเดินทางไปชกในต่างประเทศ
สระอโนดาด

สระอโนดาด

สระอโนดาด… อยู่ ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 2.7 กิโลเมตร เป็นสระน้ำขนาดไม่ใหญ่นักที่มีต้นสนขึ้นเป็นแนวแน่นขนัด ใกล้กันยังมีลานกินรี ซึ่งเป็นสวนหินธรรมชาติที่อุดมไปด้วยพรรณไม้ ทั้งพวกกินแมลงอย่างดุสิตา หยาดน้ำค้าง หรือเฟิร์น เช่น กระปรอกสิงห์ บนหินยังมีไลเคนขึ้นอยู่เต็มไปหมดด้วย
นอกจากที่เอ่ยมาแล้ว อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น น้ำตกรัตนา น้ำตกถ้ำสอเหนือ น้ำตกพระองค์ น้ำตกธารสวรรค์ ผาแดง ผาส่องโลก ผานาน้อย ผาจำศีล สวนสีดา ลานกินรี ลานวัดพระแก้ว และอีกมากมายบรรยายกันไม่หมด ดังนั้น ใครที่ชอบเดินป่า ปีนเขา และสัมผัสธรรมชาติแบบถึงเนื้อถึงตัว ภูกระดึง คงเป็นอีกหนึ่งสถานที่คุณจะพลาดไม่ได้

 

แหล่งท่องเที่ยวและข้อมูลจังหวัดเลย

แหล่งท่องเที่ยว และ ข้อมูลท่องเที่ยวเลย

เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้งามสามฤดู

ภูกระดึง

จังหวัดเลย เมืองท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยภูเขาสลับซับซ้อนท่ามกลางสายหมอกปก คลุมเหนือยอดภู อุดมไปด้วยพืชพรรณป่าไม้นานาชนิดที่รู้จักกันดีคือ ภูกระดึง ภูหลวงและภูเรือ อากาศอันเย็นสบาย ภูมิประเทศที่งดงาม ประเพณีวัฒนธรรมอันแตกต่างไปจากถิ่นอื่นซึ่งได้แก่การละเล่นผีตาโขน ที่รอคอยนักเดินทางมาสัมผัสเมืองแห่งขุนเขาดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้

เลย อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 520 กิโลเมตร มีพื้นที่ 11,424 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดชายแดนที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ริมฝั่งแม่น้ำโขงในแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ ในอดีตนั้นเป็นเพียงชุมชนเล็กๆ ของอาณาจักรที่มีความรุ่งเรืองควบคู่กับกรุงศรีอยุธยาของไทย ภายหลังอาณาจักรล้านช้างเริ่มอ่อนแอลง จึงมาขึ้นอยู่กับกรุงศรีอยุธยา ต่อมาชุมชนนี้ได้รับการยกฐานะเป็นเมืองเลยในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จังหวัดเลยแบ่งการปกครองออกเป็น 14 อำเภอ  คือ อำเภอเมืองเลย วังสะพุง ปากชม เชียงคาน   ท่าลี่ ภูเรือ ด่านซ้าย ภูกระดึง นาแห้ว นาด้วง ภูหลวง ผาขาว เอราวัณ และหนองหิน

ลักษณะทางภูมิอากาศ

จังหวัดเลยเป็นจังหวัดที่เรียกได้ว่าหนาวที่สุดของประเทศ เคยมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ -1.3 องศาเซลเซียส (2 มกราคม พ.ศ. 2517) อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 43.5 องศาเซลเซียส (25 เมษายน พ.ศ. 2517) อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 26.1 องศาเซลเซียส และจะมีอุณหภูมิที่หนาวจัดในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม โดยช่วง 12 ปีที่ผ่านมา อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 2.7 องศาเซลเซียส (พ.ศ. 2542) อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 42.5 องศาเซียลเซียส (พ.ศ. 2541)

อาณาเขต

ทิศเหนือ ติดกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ทิศใต้ ติดกับจังหวัดขอนแก่น
ทิศตะวันออก ติดกับจังหวัดหนองคาย และจังหวัดหนองบัวลำภู
ทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดพิษณุโลก

ไฟล์:Thailand Loei.png

การเดินทาง

  • รถยนต์

สำหรับคนที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ มีทางเลือก 2 ทาง

1. ไปทางอำเภอเมืองเลย (ผ่านผานกเค้า ทางเข้าอุทยาน ภูกระดึง)ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ผ่านตัวเมืองสระบุรี จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 203 ผ่านอำเภอหล่มสัก หล่มเก่า เข้าเขตจังหวัดเลยที่อำเภอด่านซ้าย อำเภอภูเรือ ถึงตัวเมืองเลยใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมง หรือ จากจังหวัดสระบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ถึงจังหวัดขอนแก่น รวมระยะทาง 536 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านอำเภอชุมแพ แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 201 เข้าเขตจังหวัดเลยที่อำเภอ ภูกระดึง อำเภอวังสะพุง ถึงตัวเมืองเลย รวมระยะทาง 540 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 7 ชั่วโมง

2. ไปทางอำเภอด่านซ้าย (เหมาะสำหรับผู้ที่จะไปเที่ยวอุทยาน ภูสวนทารย อำเภอนาแห้ว อุทยาน ภูเรือ อำเภอภูเรือ) ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ผ่านตัวเมืองสระบุรี จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านจังหวัดลพบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ถึงอำเภอหล่มสัก กลับไปใช้ทางหลวงหมายเลข 203 ผ่านอำเภอด่านซ้าย เข้าสู่อำเภอเมืองเลย ระยะทางประมาณ 536 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 8 ชั่วโมง

  • รถโดยสารประจำทาง

บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารประจำทางวิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-เลย ทุกวัน ทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง รายละเอียดสอบถามที่สถานีขนส่ง หมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2 โทร. 0 2936 2841-8, 0 2936 2852-66 หรือ  www.transport.co.th  นอกจากนั้นยังมีบริษัทเดินรถเอกชนที่วิ่งบริการ ได้แก่ บริษัท แอร์เมืองเลย จำกัด  กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 0142 สาขาเลย โทร. 0 4283 2042 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชุมแพ ทัวร์ กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 3842 สาขาเลย โทร. 0 4283 2285 บริษัท เพชรประเสริฐ จำกัด กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 3230 สาขาอำเภอภูเรือ โทร. 0 4289 9386 สาขาอำเภอด่านซ้าย โทร. 0 4289 1908

  • รถไฟ

จังหวัดเลยไม่มีสถานีรถไฟ แต่สามารถนั่งรถไฟจากสถานีรถไฟหัวลำโพงมาลงที่สถานีรถไฟอุดรธานีและต่อรถโดยสารประจำทางไปจังหวัดเลย สอบถามรายละเอียดได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย  โทร. 1690, 0 2233 7010, 0 2223 7020 หรือ www.railway.co.th หรือ สถานีรถไฟอุดรธานี โทร. 0 4222 2061

  • เครื่องบิน

ปัจจุบันสายการบินนกแอร์เปิดบริการบินเส้นทางกรุงเทพฯ-เลย เฉพาะวันศุกร์และวันอาทิตย์ โทร. 1318  www.nokair.co.th หรือสามารถใช้เส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ-อุดรธานี  ของบริษัท การบินไทย จำกัด สำนักงานอุดรธานี โทร. 0 4224 3222  สนามบินอุดรธานี โทร. 0 4224 6567  www.thaiairways.com สายการบินแอร์เอเชีย จำกัด โทร.0 2515 9999  www.airsasia.com  จากนั้นต่อรถโดยสารประจำทางหรือเช่ารถจากจังหวัดอุดรธานี ไปจังหวัดเลย


หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ

ประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย โทร. 0 4281 1746, 0 4283 3209
เทศบาลเมืองเลย โทร. 0 4281 1140
ที่ว่าการอำเภอเมืองเลย โทร. 0 4281 1213
ที่ว่าการอำเภอเชียงคาน โทร. 0 4282 1597
โรงพยาบาลเลย โทร. 0 4281 1541
สภอ.เมืองเลย โทร. 0 4281 1254
ททท.สำนักงานเลย โทร. 0 4281 2812,0 4281 1405

Link ที่น่าสนใจ

สำนักงานจังหวัดเลย

http://www.loei.go.th

ททท.สำนักงานเลย

http://www.tourismthailand.org/loei

สถานที่ท่องเที่ยวเด่นของจังหวัดเลย

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
อุทยานแห่งชาติภูเรือ
อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (ชื่อเดิมคืออุทยานแห่งชาตินาแห้ว)
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ อำเภอภูเรือ
สวนหินผางาม อำเภอหนองหิน
วนอุทยานน้ำตกห้วยเลา อำเภอภูหลวง
แก่งคุดคู้ อำเภอเชียงคาน
หมู่บ้านไททรงดำ อำเภอเชียงคาน
ศูนย์ศิลป์สิรินธร โรงเรียนศรีสงครามวิทยา อำเภอวังสะพุง
สวนรุกขชาติ 100 ปี (กรมป่าไม้) อำเภอวังสะพุง
ศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
ห้วยกระทิง อำเภอเมืองเลย
พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน วัดโพนชัย อำเภอด่านซ้าย
วัดพระธาตุศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย
วัดเนรมิตรวิปัสสนา อำเภอด่านซ้าย
ภูลมโล อำเภอด่านซ้าย
พระธาตุสัจจะ อำเภอท่าลี่

 

เทศกาล

เทศกาลผีตาโขน