Archive for the ‘เที่ยวเลย’ Category

เที่ยวงาน ผีตาโขน ประจำปี 2554 1-3 กรกฎาคม 2554

ตื่นตากับงานประเพณีบุญหลวง และการละเล่นผีตาโขน ประจำปี 2554

ผีตาโขน

จังหวัดเลย โดยอำเภอด่านซ้าย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเลย ขอเชิญนักท่องเที่ยวหัวใจใหม่ร่วมงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ตระการตา “งานประเพณีบุญหลวง และการละเล่นผีตาโขน” อ.ด่านซ้าย จ.เลย ในวันที่ 1-3 กรกฎาคม 2554 ณ วัดโพนชัย และบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย
นางอัจฉพรรณ บุญเจริญ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย กล่าวว่า ประเพณีดังกล่าว เป็นประเพณีที่รวมเอา “งานบุญพระเวส” ( ฮีตเดือนสี่ ) และ“งานบุญบั้งไฟ” (ฮีตเดือนหก) เข้าไว้เป็นงานบุญเดียวกัน ในงานบุญหลวงนี้จะมีขบวนแห่ที่สร้างสีสันตื่นตาและจังหวะเร้าใจของ “ผีตาโขน” หรือ “ผีตามคน” หน้ากากที่มีลักษณะเด่นของศิลปะการแต่งแต้มลวดลายและสีสันที่งดงาม และในปีนี้ ททท.สำนักงานเลย ได้จัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้เรื่องหน้ากากนานาชาติต่างๆ ได้แก่ ไทย จีน อินโดนีเซีย ลาว เกาหลี ญี่ปุ่น และเวียดนาม พร้อมการสาธิตการทำหน้ากาก จากผู้แทนเมืองอันดง ประเทศเกาหลีอีกด้วย
พิธีกรรมที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ได้แก่ พิธีเบิกพระอุปคุต พิธีบายศรีสู่ขวัญเจ้าพ่อกวน-เจ้าแม่นางเทียม ขบวนรถเทิดพระเกียรติ เนื่องในโอกาสเฉลิม-ฉลอง “๘๔ พรรษา” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขบวนแห่ผีตาโขน ขบวนแห่เจ้าพ่อกวน-เจ้าแม่นางเทียม และคณะพ่อแสน พิธีบายศรีสู่ขวัญพระเวส ขบวนพิธีอัญเชิญพระเวสสันดรเข้าเมือง พิธีจุดบั้งไฟบูชาพญาแถน พิธีทิ้งหน้ากากผีตาโขน พิธีเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ ขบวนแห่กัณฑ์หลอนของหมู่บ้านต่างๆ พร้อมด้วยการแสดงบนเวทีที่ยิ่งใหญ่
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

อำเภอด่านซ้าย 042-891266

สำนักงานวัฒนธรรมอำเภอด่านซ้าย 083-145308

0 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ (สวท.ด่านซ้าย) 0-4289-1168 0-4289-1238

เทศบาลตำบลด่านซ้าย โทรศัพท์ 0-4289-1231

และททท. สำนักงานเลย โทร. 0-4281-2812 /0-4281-1405/tatloei@tat.or.th

 

กำหนดการประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ประจำปี 2554

ระหว่างวันที่ 1- 3 กรกฎาคม 2554 ณ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
……………………………….
วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
(พิธีกรรม)
03.00 น. –พิธีบวชพราหมณ์ ณ อุโบสถวัดโพนชัย
04.00 น. -พิธีเบิกพระอุปคุต ( บริเวณระหว่างลำน้ำหมัน -ลำน้ำศอก )
06.00 น. -พิธีทำบุญตักบาตร ตั้งแต่หน้าวัดโพนชัย ไปตามถนนแก้วอาสา ผ่านหน้าที่ว่าการ อำเภอด่านซ้าย ถึงทางแยกขึ้นไป อำเภอนาแห้ว แล้ววนกลับไปวัดโพนชัย
07.30 น. -พระสงฆ์ทุกรูปที่รับบาตรร่วมฉันท์เช้า ที่วัดโพนฃัย
08.30 น. -พิธีบายศรีสู่ขวัญเจ้าพ่อกวน- เจ้าแม่นางเทียม ( บ้านเจ้าพ่อกวน )

(พิธีการ)
08.30 น. -ขบวนแห่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 11 แห่ง พร้อมกันที่โรงเรียนด่านซ้าย
10.00 น. -ขบวนเทิดพระเกียรติฯ ขบวนเจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียมและคณะพ่อแสน พร้อมกันบริเวณถนน ในโรงเรียนชุมชนบ้านด่านซ้าย
10.30 น. -ขบวนเทิดพระเกียรติฯ ขบวนเจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียมและคณะพ่อแสน เคลื่อนออกจากโรงเรียนชุมชนบ้านด่านซ้าย
10.49 น. -พิธีเปิดงานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ประจำปี 2554
ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย โดย นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย
-ขบวนเทิดพระเกียรติ ขบวนแห่ของเจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม และคณะพ่อแสน เริ่มเคลื่อนขบวนจากหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย ไปยังวัดโพนชัย
-เริ่มเคลื่อนขบวนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 11 แห่ง
13.00 น. -ชมกิจกรรมการแสดงและกิจกรรมการประกวดต่างๆ บนเวทีกลาง (หน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย)

- 2 -
วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
09.30 น. -กิจกรรม “งานบุญหลวง” ( ณ วัดโพนชัย )
โดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 3
-ชมกิจกรรมการแสดงบนเวที ( วัดโพนชัย )
-ชมการละเล่นผีตาโขนของกลุ่มผีตาโขนทั่วไป ตามถนนแก้วอาสา

15.00 น. -พิธีบายศรีสู่ขวัญพระเวส ( บ้านเจ้าพ่อกวน )
15.30 น. -ขบวนพิธีอัญเชิญพระเวสสันดรเข้าเมือง และจากบ้านเจ้าพ่อกวนไปวัดโพนชัย
-ขบวนพิธีอัญเชิญพระเวสสันดรเข้าเมือง ถึง วัดโพนชัย แห่รอบโบสถ์ 3 รอบ
-พิธีอัญเชิญพระพุทธรูป (องค์แทนพระเวส) เข้าโบสถ์
-พิธีจุดบั้งไฟบูชาพญาแถนขอฝน ( หลังวัดโพนชัย )
-พิธีทิ้งหน้ากากผีตาโขน ( ท่าวังเวิน ) วัดโพนชัย
19.00 น. -พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ณ วัดโพนชัย
( เทศน์พระมาลัยหมื่น พระมาลัยแสน )

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
04.00 น. -เทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ วัดโพนชัย
-พิธีทำบุญตักบาตร
-พิธีสะเดาะเคราะห์บ้านเมือง
-ชมขบวนแห่กัณฑ์หลอน ของหมู่บ้านต่างๆ
หมายเหตุ
***มหกรรมศูนย์อาหารสะอาดรสชาติอร่อย ตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2554***

วันที่ 29 มิถุนายน 2554
เวลา 19.00 น. -พิธีเปิดมหกรรมศูนย์อาหารสะอาด รสชาติอร่อย ณ บริเวณตลาดเย็น
เทศบาลตำบลด่านซ้าย พร้อมชมกิจกรรมการแสดงบนเวที (ทุกวัน)

 

ประเพณีแห่ผีตาโขน

ประเพณีแห่ผีตาโขน

จัดเป็นส่วนหนึ่งในงานบุญประเพณีใหญ่หรือที่เรียกว่า “งานบุญหลวง” หรือ “บุญผะเหวด” ซึ่งตรงกับเดือน 7 มีขึ้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และจัดเป็นการละเล่นที่ถือเป็นประเพณีทุกปี เกี่ยวโยงกับงานบุญพระเวสหรือเทศน์มหาชาติประจำปีกับพระธาตุเจดีย์สองรัก ปูชนียสถานสำคัญของชาวด่านซ้าย

ต้นกำเนิดผีตาโขน        ที่มานั้นไม่ชัดเจน แต่กล่าวกันว่าเป็นประเพณีที่ใกล้เคียงกับการบูชาบรรพบุรุษของอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง (ในอดีตแนวเขตแดน ด่านซ้าย เชียงคาน และหล่มเก่า เป็นส่วนหนึ่งในการปกครองของอาณาจักรล้านช้างร่มขาวหลวงพระบาง) ในอีกที่มาหนึ่งกล่าวกันว่า การแห่ผีตาโขนเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระเวสสันดรและนางมัทรีจะเดินทางออกจากป่า กลับสู่เมืองบรรดาผีป่าหลายตนและสัตว์นานาชนิดอาลัยรักจึงพาแห่แหนแฝงตัวแฝงตน มากับชาวบ้านเพื่อมาส่งทั้งสองพระองค์กลับเมือง เรียกกันว่า “ผีตามคน” หรือ “ผีตาขน” จนกลายมาเป็น “ผีตาโขน” อย่างในปัจจุบัน

ชนิดของผีตาโขน

ผีตาโขน ในขบวนแห่จะแยกเป็น 2 ชนิดคือ ผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก
ผีตาโขนใหญ่ ทำเป็นหุ่นรูปผีทำจากไม้ไผ่สานมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดาประมาณ 2 เท่าประดับตกแต่งรูปร่างหน้าตาด้วยเศษวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เวลาแห่ คนเล่นจะต้องเข้าไปอยู่ข้างในตัวหุ่น แต่ละปีจะทำผีตาโขนใหญ่เพียง 2 ตัว คือผีตาโขนชาย1ตัวและหญิง1ตัว สังเกตจากเครื่องเพศปรากฏชัดเจนที่ตัวหุ่น ผู้มีหน้าที่ทำผีตาโขนใหญ่จะมีเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เพราะคนอื่นไม่มีสิทธิ์ทำ การทำก็ต้องได้รับอนุญาตจากผีหรือเจ้าก่อน ถ้าได้รับอนุญาตแล้วต้องทำทุกปีหรือทำติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี
ผีตาโขนเล็ก ผีตาโขนเล็กเป็นการละเล่นของเด็ก ไม่ว่าเด็กเล็ก เด็กวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ ทั้งผู้หญิงชาย มีสิทธิ์ทำและเข้าร่วมสนุกได้ทุกคน แต่ผู้หญิงไม่ค่อยเข้าร่วมเพราะเป็นการเล่นค่อนข้างผาดโผนและซุกซน

 

การแต่งกายผีตาโขน

ผู้เข้าร่วมในพิธีนี้จะแต่งกายคล้ายผีและปีศาจใส่หน้ากากขนาดใหญ่ เครื่องแต่งกายของผีตาโขน ส่วนใหญ่มักประกอบด้วย

ส่วนหัวหรือที่เรียกว่าหน้ากากนั้น ทำด้วย “หวด” หรือภาชนะที่ใช้นึ่งข้าวเหนียว ซึ่งเป็นส่วนด้านบนดูคล้ายหมวก ส่วนหน้านั้นทำจากโคนก้านมะพร้าว นำมาตัดปาดให้เป็นรูปหน้ากากและเจาะช่องตา จมูกนั้นทำจากไม้เนื้ออ่อน แกะให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามแต่จินตนาการของผู้สร้างสรรค์ โดยทำเป็นลักษณะยาวแหลมคล้ายงวงช้าง ส่วนเขานั้นทำจากปลีมะพร้าวแห้ง โดยนำส่วนประกอบต่าง ๆ มาเย็บติดเข้าไว้ด้วยกัน และทาสีสันวาดลวดลายไปบนด้านหน้าของหน้ากากนั้น ๆ หลังจากนั้นจะเย็บเศษผ้าติดไว้บริเวณด้านบน(หลัง) เพื่อให้คลุมส่วนคอของผู้ใส่ไปจนถึงไหล่

ด้านเสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกาย นั้น เป็นชุดที่ทำจากเศษผ้านำมาเย็บติดกัน และมี “หมากกะแหล่ง” หรือกระดิ่ง (คล้ายกับที่แขวนคอโค, กระบือ) แขวนผูกไว้บริเวณเอว เพื่อให้เกิดเสียงดังเป็นจังหวะเวลาเดิน และส่ายสะโพก

ส่วนประกอบสุดท้าย คือ ดาบหรือง้าว ที่จะทำจากไม้เนื้ออ่อน ในขบวนแห่จะประกอบไปด้วยการร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนาน

การละเล่นผีตาโขน

เนื่องจากงานประเพณีผีตาโขนเป็นงานบุญใหญ่ซึ่งเรียกกันว่างานบุญหลวง จัดขึ้นที่วัดโพนชัย อ.ด่านซ้าย โดยมีการละเล่นผีตาโขน มีการเทศน์มหาชาติ มีการทำบุญพระธาตุศรีสองรักและงานบุญต่างๆเข้ามาผสมอยู่รวม ๆ กัน จึงมีการจัดงานกัน 3 วัน

วันแรก เริ่มพิธีตอนเช้า 04.00-05.00 น. คณะแสนหรือข้าทาสบริวารของเจ้าพ่อกวนจะนำอุปกรณ์ มีด ดาบ หอก ฉัตร พานดอกไม้ ธูปเทียน ขันห้าขันแปด(พานดอกไม้ 5 คู่ หรือ 8 คู่) ถือเดินนำขบวนไปที่ริมแม่น้ำหมัน เพื่อนิมนต์พระอุปคุตต์ พระผู้มีฤทธานุภาพมาก และมักเนรมิตกายอยู่ในมหาสมุทร เพื่อป้องกันภัยอันตราย และให้เกิดความสุขสวัสดี เมื่อถึงแล้วผู้อันเชิญต้องกล่าวพระคาถาและให้อีกคนลงไปในน้ำ งมก้อนหินใต้น้ำขึ้นมา ถามว่า “ใช่พระอุปคุตต์หรือไม่” ผู้ที่ยืนอยู่บนฝั่งตอบว่า “ไม่ใช่” พอก้อนหินก้อนที่ 3 ให้ตอบว่า “ใช่ นั่นแหละพระอุปคุตต์ที่แท้จริง” เมื่อได้พระอุปคุตต์มาแล้ว ก็นำใส่พาน แล้วนำขบวนกลับที่หอพระอุปคุตต์ ทำการทักขิณาวัฏ 3 รอบ มีการยิงปืนและจุดประทัด ซึ่งช่วงเวลานั้นบรรดาผีตาโขนที่นอนหลับหรืออยู่ตามที่ต่างๆก็จะมาร่วมขบวนด้วยความยินดีปรีดา เต้นรำ เข้าจังหวะกับเสียงหมากกระแร่ง ซึ่งเป็นกระดิ่งผูกคอวัวหรือกระดิ่งให้ดังเสียงดัง

วันที่สอง เป็นพิธีแห่พระเวส ในขบวนประกอบด้วย พระพุทธรูป 1 องค์ พระสงฆ์ 4 รูป นั่งบนแคร่หามตามด้วย เจ้าพ่อกวน นั่งอยู่บนกระบอกบั้งไฟ ท้ายขบวนเป็นเจ้าแม่นางเทียม กับบริวาร ชาวบ้าน และเหล่าผีตาโขน เดินตามเสด็จไปรอบเมือง ก่อนตะวันตกดิน สำหรับคนที่เล่นเป็นผีตาโขนใหญ่ ต้องถอดเครื่องแต่งกายผีตาโขนใหญ่ออกให้หมดและนำไปทิ้งในแม่น้ำหมัน ห้ามนำเข้าบ้าน เป็นการทิ้งความทุกข์ยากและสิ่งเลวร้ายไป รอจนปีหน้าฟ้าใหม่แล้วค่อยทำเล่นกันใหม่

วันที่สาม เป็นการรวมเอางานบุญประเพณีประจำเดือนต่างๆของปีมารวมกันจัดในงานบุญหลวง ประชาชนจะมานั่งฟังเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ ที่วัดโพนชัย เพื่อเป็นการสร้างกุศลและเป็นมงคลแก่ชีวิต

งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ถือเป็นงานที่แสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอันดีงามที่เป็นเอกลักษณ์ของอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

 

 

 

 

สารคดีผีตาโขน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

สารคดีผีตาโขน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย2

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เอกสาร “งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน” โดยศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยว จังหวัดเลย, เอกสาร “บทสรุป ผีตาขน” โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเลย
หนังสือ “พระธาตุศรีสองรัก” โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเลย, พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน วัดโพนชัย อ.ด่านซ้าย จ.เลย อ้างใน

อุทยานแห่งชาติภูเรือ

อุทยานแห่งชาติภูเรือ

อุทยานแห่งชาติภูเรือ

อุทยานแห่งชาติภูเรือ

ในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยว ต้องยกให้ภูเรือเป็นหนึ่งในสุดยอดแห่งความนิยมที่ครองใจคนไทยมานานหลายสิบปี จนถึงทุกวันนี้แม้จะที่ท่องเที่ยวใหม่ๆเปิดตัวกันมาก แต่พอถึงฤดูหนาวปั๊บ  โปรแกรมเที่ยวภูเรือจะไปปรากฎในใจผู้คนโดยอัตโนมัติ เพราะคนไม่น้อยล้วนมีประสบการณ์กับภาพอันงดงามของภูแห่งนี้ และ เลือกที่จะกลับมาพบกับความสวยที่แน่นอนที่มีอยู่มากกว่าไปเสี่ยงกับที่เที่ยวที่ไม่คุ้นเคย อุทยานแห่งชาติภูเรือ  “ภูเรือ” เราจะรู้จักดีในนาม ที่พักผ่อนยามฤดูหนาวมาเยือน ธรรมชาติที่นี่อยู่บนเทือกเขาสูงเป็นรอยต่อระหว่างภาคเหนือและอีสาน อุทยานแห่งชาติภูเรือ มีพื้นที่ครอบคลุม 3  อำเภอคือ หนองบัว อำเภอภูเรือ และอำเภอท่าลี่ อาณาเขตทางทิศเหนือติดกับประเทศลาว  รูปพรรณสันฐานของภูเรือมีรูปร่างลักษณะเหมือนเรือใหญ่บนยอดดอยสูงเป็นภูผา สีสันสะดุดตาหินบางก้อนมีลักษณะเหมือนถูกปั้นแต่งไว้ ชาวบ้านเรียกว่า “กว้านสมอ” โดยรอบๆ จะเห็นยอดดอยเป็นขุนเขาน้อยใหญ่ใกล้เคียงเป็นฝ้าขาวด้วยละอองน้ำ หมอก ปกคลุมไว้ท่ามกลางป่าอันอุดมสมบูรณ์ มีเนื้อที่มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 75,525 ไร่ ประกาศ เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 26 กรกฏาคม 2522 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 16 ของประเทศ

ลักษณะภูมิประเทศ พื้นที่ป่าภูเรือประกอบด้วยทิวเขาสูง สลับซับซ้อนเรียงรายเป็นรูปต่างๆ น่าพิศวงสลับกับที่ราบเป็นบางส่วน สาเหตุที่ขนานนามว่า “ภูเรือ” เพราะมีภูเขาลูกหนึ่งมีชะโงกผายื่นออกมาดูคล้ายสำเภาใหญ่ และที่ราบบนยอดเขามีลักษณะคล้ายท้องเรือตลอดจนมีธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงาม  เป็นทิวเขาสลับซับซ้อนประกอบด้วยเขาหินทรายและหินแกรนิต สลับกัน มีสภาพป่าหลายชนิดปะปนกันอย่างสวยงาม ทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ ป่าสนเขา โดยเฉพาะยอดภูเรือ ประกอบด้วยป่าสนเขา สลับกับสวนหินธรรมชาติแซมด้วยพุ่มไม้เตี้ย สลับด้วยทุ่งหญ้าเป็นระยะ ไม้พื้นล่างที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ กุหลาบป่า มอส เฟิน และกล้วยไม้ที่สวยงาม เช่น ม้าวิ่ง สามปอย ไอยเรศ เอื้องคำ เอื้องผึ้ง เอื้องเงิน ซึ่งขึ้นตามต้นไม้และโขดหิน กล้วยไม้เหล่านี้จะออกดอกบานสะพรั่งให้ชมสลับกันไปตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าที่ที่ชุกชุมพอสมควร ที่พบบ่อย เช่น ได้แก่ หมี เก้ง หมาใน ไก่ฟ้าพญาลอ เต่าปูลู โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะอพยพมาจากประเทศจีนเป็นจำนวนมาก     อุทยานภูเรือ อยู่บนยอดเขาสูงทำให้มีอากาศเย็นตลอดปีและเป็นอุทยานที่มีอากาศ หนาวเย็นที่สุดของประเทศโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะหนาวเย็นมาก จนกระทั่งน้ำค้างบนยอดหญ้าจะแข็งตัว ภาษาพื้นเมือง เรียกว่า “แม่คะนิ้ง” ช่วงเดือนที่เหมาะที่จะมาเที่ยวคือเดือนตุลาคม-มีนาคม

ขอบคุณข้อมูลจาก

http://park.dnp.go.th

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

อยากรู้ว่าคนที่เรารักเป็นอย่างไร ลองพาคนที่เรารักไปร่วมพิสูจน์รักด้วยการเดินทางพิชิตยอดภูของ อุทยานแห่ง ชาติภูกระดึง และถ้าหากคนคนนั้น สามารถร่วมเดินทางไปกับคุณจนกระทั่งถึงยอดดอย และคอยช่วยเหลือดูแลกันและ กันเป็นอย่างดีแล้วล่ะก็ เขาก็คือรักแท้ของเราเป็นแน่แท้!!!
…นี่คือตำนานคำกล่าวขานที่มักได้ยินเสมอๆ เมื่อเอ่ยถึง ภูกระดึง หรือ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะการที่เราจะขึ้นไปถึงยอดดอยได้ ต้องเดินเท้าเป็นระยะทางกว่า 9 กิโลเมตร คือขึ้นเขา 5 กิโลเมตร บวกทางราบอีกประมาณ 3-4 กิโลเมตร (โห…ไหวไหมเนี่ย) ซึ่งนอกจากจะมีคู่รักไปสัมผัสพิสูจน์รักแท้แล้ว ภูกระดึง มักจะได้รับความนิยมในการไปแบบกลุ่มเพื่อนฝูงกัน และ ทุกคนที่ได้ไปสัมผัสต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตอนเดินโคตรเหนื่อย แต่พอได้ไปสัมผัสกับธรรมชาติข้างบน ภูกระดึง แล้วคุ้มสุด ๆ

ภูกระดึงตั้งอยู่ที่อำเภอภูกระดึงในจังหวัดเลย เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศไทย เนื่องจากมีธรรมชาติที่สวยงาม ในแต่ละปีจึงมีคนมาเที่ยวเฉลี่ยหลายหมื่นคน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวมักมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปพักผ่อนบนภูกระดึงจำนวนมาก

ผาหล่มสัก

ผาหล่มสัก

เส้นทางสู่ภูกระดึง

เส้นทางสู่ภูกระดึง

สำหรับการเดินทางขึ้น ภูกระดึง นั้น ทางอุทยานฯ จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นได้ตั้งแต่เวลา 07.00 – 14.00 น. ของทุกวัน และหลังจากเวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ทางอุทยานฯ จะไม่อนุญาต เพราะระยะทางในการเดินทางขึ้นเขาต้องใช้เวลาในการเดินเท้า ประมาณ 4-5 ชั่วโมง ซึ่งจะตรงกับเวลาพลบค่ำในระหว่างทาง ดังนั้น อาจจะทำให้เกิดความยากลำบาก อีกทั้งอาจได้รับอันตรายจากสัตว์ป่าที่ออกหากินในเวลากลางคืนอีกด้วย

 

เส้นทางขึ้นไปยังยอดเขาภูกระดึง

เส้นทางขึ้นที่อำเภอภูกระดึง: เป็นเส้นทางเก่าแก่และได้รับความนิยมมากที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นเขาในเส้นทางนี้ได้ที่อำเภอภูกระดึง ณ ที่ทำการอุทยาน ในเส้นทางขึ้นจะมีบริเวณที่พักและร้านอาหารหลายช่วง มีระยะทาง 5.5 กม.จากที่ทำการถึงหลังแป และจากหลังแปถึงที่พักประมาณ 3.6 กม.
เส้นทางขึ้นที่อำเภอน้ำหนาว: นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางขึ้นไปยังยอดเขาภูกระดึงได้ที่บ้านฟองใต้อำเภอน้ำหนาว ซึ่งเป็นเส้นทางขึ้นเขาเส้นทางใหม่ โดยจะขึ้นไปที่ผาหล่มสักโดยตรง มีระยะมีระยะทาง 5.2 กิโลเมตรจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ลย.5 (หนองผักบุ้ง) ถึงผาหล่มสัก

เส้นทางท่องเที่ยวบนยอดเขาภูกระดึงแบ่งออกได้เป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือบริเวณท่องเที่ยวปกติ และบริเวณป่าปิด โดยบริเวณแหล่งท่องเที่ยวปกติก็จะแบ่งได้เป็นสองเส้นทางคือ เส้นทางน้ำตก และ เส้นทางเลียบผา ส่วนบริเวณป่าปิดก็จะแบ่งได้เป็น เส้นทางน้ำตกขุนพอง และ เส้นทางผาส่องโลก
เส้นทางน้ำตกจะผ่านแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้แก่ น้ำตกวังกวาง น้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกโผนพบ น้ำตกเพ็ญพบ น้ำตกถ้ำใหญ่ สระแก้ว น้ำตกถ้ำสอใต้ สระอโนดาด น้ำตกธารสวรรค์ และ พระพุทธเมตตา เส้นทางเลียบผาจะผ่านแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้แก่ พระแก้ว ผานกแอ่น ผาหมากดูก ผาจำศีล ผานาน้อย ผาเหยียบเมฆ ผาแดง และผาหล่มสัก เส้นทางน้ำตกขุนพองจะผ่านแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้แก่น้ำตกขุนพอง และเส้นทางผาส่องโลกจะผ่านแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้แก่ น้ำตกผาฟ้าผ่า โหล่มฟ้าโลมดิน ผาส่องโลก โหล่นเจดีย์ โหล่นถ้ำพระ และ แง่งทิดหา
จุดดูพระอาทิตย์ขึ้นสามารถดูได้ที่ผานกแอ่นเพียงที่เดียวมีระยะทางห่างที่พักเพียง 2 กม. สำหรับจุดดูพระอาทิตย์ตกสามารถชมได้ที่ผาหมากดูกซึ่งใกล้ที่สุดห่างจากที่พักเพียง 2 กม. และผาหล่มสักซึ่งเป็นจุดที่นิยมมากที่สุด

บรรยากาศภูกระดึง

บรรยากาศช่วงเช้ามืดบนภูกระดึง

 

จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนภูกระดึง

ผานกแอ่น
ผานกแอ่น

ผานกแอ่น… เป็น ลานหินเล็กๆ มีสนต้นหนึ่ง ขึ้นโดดเด่นอยู่ริมหน้าผา เป็นจุดท่องเที่ยวชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่สำคัญอยู่จากที่พักศูนย์วังกวางเพียง 2 กิโลเมตร ในทุกเช้าของหน้าหนาวจะมีนักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูปกันมากและ มักจะมีการชิงทำเลดีๆ เสมอ สมัยนี้ทางไปมักมีช้างอาละวาด ตอนเช้าจะต้องไปพร้อมเจ้าหน้าที่เสมอ ห้ามไปเอง เป็นอันขาด นอกจากนั้น หากอากาศดีพอ ในช่วงเวลาที่เดินเท้าฝ่าความมืดมาชมพระอาทิตย์ขึ้นนั้น เป็นช่วงที่ประจวบเหมาะกับ เวลาที่พระจันทร์กำลังจะลับขอบฟ้า ด้านตะวันตกนั้นจะได้เห็นภาพสวยงามแปลกตาไปอีกแบบ ริมทางเดินใกล้ผานกแอ่นเป็นสวนหินมีดอกกุหลาบป่าขึ้นอยู่เป็นดงใหญ่ ซึ่งจะบานสะพรั่งเต็มต้นในเดือน มีนาคม-เมษายน และใครที่อยากไปชมประอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ควรเตรียมไฟฉายสำหรับใช้ส่องทางไปด้วย

 

 

ผาหล่มสัก

ผาหล่มสัก

ผาหล่มสัก…ถ้าไม่มาชมพระอาทิตย์ตกที่นี่ ก็เหมือนไม่ได้มาเยือนภูกระดึง…หลายคนถึงกับออกปากไว้แบบนั้น ตัวผาหล่มสักอยู่ห่างจากผาแดง 2.5 กิโลเมตร หากเดินมาจากแยกศูนย์โทรคมนาคมกองทัพอากาศ บนเส้นทางน้ำตก แต่ถ้าเดินจากที่พักศูนย์วังกวาง จะมีระยะประมาณ 9 กิโลเมตร หากจะมาต้องเตรียมตัวให้ดี เพราะขากลับจะมืดกลางทางอย่างแน่นอน ด้วยลักษณะแผ่นหินแปลกตากับโค้งกิ่งสนที่รองรับกันพอดิบพอดีเช่นนี้ นักท่องเที่ยวจึงนิยมจะใช้เป็นจุดชมวิว ดูดวงอาทิตย์ตกดิน และน่าจะถือได้ว่าเป็นภาพที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง แนะนำสักนิดสำหรับผู้ที่จะไปชมประอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ควรเตรียมเสื้อกันหนาวและไฟฉายสำหรับใช้ส่องทางเวลาเดินกลับที่พัก ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง
ผาหมากดูก…อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 2.5 กิโลเมตร เป็นผาที่มีลานหินกว้างขวาง เป็นผาสำหรับชมพระอาทิตย์ตกที่ใกล้ที่พักมากที่สุด สามารถชมทิวทัศน์ภูผาจิตในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ในช่วงต้นฤดูฝนจะมีดอกกระเจียวขึ้นเต็มทุ่งตามเส้นทางสู่ผาหมากดูก
น้ำตกวังกวาง

น้ำตกวังกวาง

น้ำตกวังกวาง…ชื่อก็บอกอยู่แล้ว น้ำตกวังกวางอยู่ใกล้ที่พักศูนย์วังกวางมากที่สุด โดยมีระยะทางห่างแค่ราว 1 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ห้วยเล็กๆ ที่โอบล้อมที่พักอีกด้านจะไหลลงน้ำตกที่นี่ วังกวางเป็นน้ำตกเล็กๆ ชั้นที่สูงสุด จะสูงประมาณ 7 เมตร ด้านข้างของน้ำตกมีทางแคบๆ สำหรับปีนลงไปทีละคน จะพบหลืบหินมีลักษณะคล้ายถ้ำใต้น้ำตก น้ำตกวังกวางจะมีความสวยงามมากในช่วง ฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – ตุลาคม บริเวณนี้จะมีทากชุม เพราะเป็นด่านช้าง หรือทางช้างเดิน ส่วนในฤดูท่องเที่ยวซึ่งเป็นฤดูแล้ง ปริมาณน้ำค่อนข้างน้อย นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมได้ง่ายใกล้ที่พัก
น้ำตกถ้ำสอเหนือ…อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง 4.8 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดกลาง สูง 10 เมตร น้ำไหลมาจากผาเป็นม่านน้ำตก บริเวณเหนือน้ำตกมีดงกุหลาบแดง ซึ่งในช่วงฤดูร้อนจะผลิดอกสร้างสีสรรค์ให้ กับบริเวณนี้สวยงามยิ่งขึ้น
น้ำตกเพ็ญพบ

น้ำตกเพ็ญพบ

น้ำตกเพ็ญพบใหม่…เกิดจากลำธารวังกวาง น้ำตกผ่านผาหินรูปโค้ง ในหน้าหนาว ใบเมเปิ้ลที่อยู่บริเวณริมน้ำตก จะร่วงหล่นลอยไปตามผิวน้ำยามแดดสาดส่องผ่าน ลงมาจะเป็นสีแดงจัดตัดกับสีเขียวขจีของตะไคร่น้ำตามโขดหิน ลำธารวังกวางเป็นต้นกำเนิดน้ำตกที่มีชื่ออีกแห่งหนึ่ง คือ น้ำตกโผนพบ ซึ่งตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่ โผน กิ่งเพชร นักชกแชมป์เปี้ยนโลกคนแรกของชาวไทยในฐานะเป็นผู้ค้นพบคนแรก เมื่อคราวที่ขึ้นไปซ้อมมวยให้ชินกับอากาศหนาว ก่อนเดินทางไปชกในต่างประเทศ
สระอโนดาด

สระอโนดาด

สระอโนดาด… อยู่ ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 2.7 กิโลเมตร เป็นสระน้ำขนาดไม่ใหญ่นักที่มีต้นสนขึ้นเป็นแนวแน่นขนัด ใกล้กันยังมีลานกินรี ซึ่งเป็นสวนหินธรรมชาติที่อุดมไปด้วยพรรณไม้ ทั้งพวกกินแมลงอย่างดุสิตา หยาดน้ำค้าง หรือเฟิร์น เช่น กระปรอกสิงห์ บนหินยังมีไลเคนขึ้นอยู่เต็มไปหมดด้วย
นอกจากที่เอ่ยมาแล้ว อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น น้ำตกรัตนา น้ำตกถ้ำสอเหนือ น้ำตกพระองค์ น้ำตกธารสวรรค์ ผาแดง ผาส่องโลก ผานาน้อย ผาจำศีล สวนสีดา ลานกินรี ลานวัดพระแก้ว และอีกมากมายบรรยายกันไม่หมด ดังนั้น ใครที่ชอบเดินป่า ปีนเขา และสัมผัสธรรมชาติแบบถึงเนื้อถึงตัว ภูกระดึง คงเป็นอีกหนึ่งสถานที่คุณจะพลาดไม่ได้

 

แหล่งท่องเที่ยวและข้อมูลจังหวัดเลย

แหล่งท่องเที่ยว และ ข้อมูลท่องเที่ยวเลย

เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้งามสามฤดู

ภูกระดึง

จังหวัดเลย เมืองท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยภูเขาสลับซับซ้อนท่ามกลางสายหมอกปก คลุมเหนือยอดภู อุดมไปด้วยพืชพรรณป่าไม้นานาชนิดที่รู้จักกันดีคือ ภูกระดึง ภูหลวงและภูเรือ อากาศอันเย็นสบาย ภูมิประเทศที่งดงาม ประเพณีวัฒนธรรมอันแตกต่างไปจากถิ่นอื่นซึ่งได้แก่การละเล่นผีตาโขน ที่รอคอยนักเดินทางมาสัมผัสเมืองแห่งขุนเขาดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้

เลย อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 520 กิโลเมตร มีพื้นที่ 11,424 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดชายแดนที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ริมฝั่งแม่น้ำโขงในแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ ในอดีตนั้นเป็นเพียงชุมชนเล็กๆ ของอาณาจักรที่มีความรุ่งเรืองควบคู่กับกรุงศรีอยุธยาของไทย ภายหลังอาณาจักรล้านช้างเริ่มอ่อนแอลง จึงมาขึ้นอยู่กับกรุงศรีอยุธยา ต่อมาชุมชนนี้ได้รับการยกฐานะเป็นเมืองเลยในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จังหวัดเลยแบ่งการปกครองออกเป็น 14 อำเภอ  คือ อำเภอเมืองเลย วังสะพุง ปากชม เชียงคาน   ท่าลี่ ภูเรือ ด่านซ้าย ภูกระดึง นาแห้ว นาด้วง ภูหลวง ผาขาว เอราวัณ และหนองหิน

ลักษณะทางภูมิอากาศ

จังหวัดเลยเป็นจังหวัดที่เรียกได้ว่าหนาวที่สุดของประเทศ เคยมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ -1.3 องศาเซลเซียส (2 มกราคม พ.ศ. 2517) อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 43.5 องศาเซลเซียส (25 เมษายน พ.ศ. 2517) อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 26.1 องศาเซลเซียส และจะมีอุณหภูมิที่หนาวจัดในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม โดยช่วง 12 ปีที่ผ่านมา อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 2.7 องศาเซลเซียส (พ.ศ. 2542) อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 42.5 องศาเซียลเซียส (พ.ศ. 2541)

อาณาเขต

ทิศเหนือ ติดกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ทิศใต้ ติดกับจังหวัดขอนแก่น
ทิศตะวันออก ติดกับจังหวัดหนองคาย และจังหวัดหนองบัวลำภู
ทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดพิษณุโลก

ไฟล์:Thailand Loei.png

การเดินทาง

  • รถยนต์

สำหรับคนที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ มีทางเลือก 2 ทาง

1. ไปทางอำเภอเมืองเลย (ผ่านผานกเค้า ทางเข้าอุทยาน ภูกระดึง)ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ผ่านตัวเมืองสระบุรี จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 203 ผ่านอำเภอหล่มสัก หล่มเก่า เข้าเขตจังหวัดเลยที่อำเภอด่านซ้าย อำเภอภูเรือ ถึงตัวเมืองเลยใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมง หรือ จากจังหวัดสระบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ถึงจังหวัดขอนแก่น รวมระยะทาง 536 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านอำเภอชุมแพ แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 201 เข้าเขตจังหวัดเลยที่อำเภอ ภูกระดึง อำเภอวังสะพุง ถึงตัวเมืองเลย รวมระยะทาง 540 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 7 ชั่วโมง

2. ไปทางอำเภอด่านซ้าย (เหมาะสำหรับผู้ที่จะไปเที่ยวอุทยาน ภูสวนทารย อำเภอนาแห้ว อุทยาน ภูเรือ อำเภอภูเรือ) ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ผ่านตัวเมืองสระบุรี จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านจังหวัดลพบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ถึงอำเภอหล่มสัก กลับไปใช้ทางหลวงหมายเลข 203 ผ่านอำเภอด่านซ้าย เข้าสู่อำเภอเมืองเลย ระยะทางประมาณ 536 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 8 ชั่วโมง

  • รถโดยสารประจำทาง

บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารประจำทางวิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-เลย ทุกวัน ทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง รายละเอียดสอบถามที่สถานีขนส่ง หมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2 โทร. 0 2936 2841-8, 0 2936 2852-66 หรือ  www.transport.co.th  นอกจากนั้นยังมีบริษัทเดินรถเอกชนที่วิ่งบริการ ได้แก่ บริษัท แอร์เมืองเลย จำกัด  กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 0142 สาขาเลย โทร. 0 4283 2042 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชุมแพ ทัวร์ กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 3842 สาขาเลย โทร. 0 4283 2285 บริษัท เพชรประเสริฐ จำกัด กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 3230 สาขาอำเภอภูเรือ โทร. 0 4289 9386 สาขาอำเภอด่านซ้าย โทร. 0 4289 1908

  • รถไฟ

จังหวัดเลยไม่มีสถานีรถไฟ แต่สามารถนั่งรถไฟจากสถานีรถไฟหัวลำโพงมาลงที่สถานีรถไฟอุดรธานีและต่อรถโดยสารประจำทางไปจังหวัดเลย สอบถามรายละเอียดได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย  โทร. 1690, 0 2233 7010, 0 2223 7020 หรือ www.railway.co.th หรือ สถานีรถไฟอุดรธานี โทร. 0 4222 2061

  • เครื่องบิน

ปัจจุบันสายการบินนกแอร์เปิดบริการบินเส้นทางกรุงเทพฯ-เลย เฉพาะวันศุกร์และวันอาทิตย์ โทร. 1318  www.nokair.co.th หรือสามารถใช้เส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ-อุดรธานี  ของบริษัท การบินไทย จำกัด สำนักงานอุดรธานี โทร. 0 4224 3222  สนามบินอุดรธานี โทร. 0 4224 6567  www.thaiairways.com สายการบินแอร์เอเชีย จำกัด โทร.0 2515 9999  www.airsasia.com  จากนั้นต่อรถโดยสารประจำทางหรือเช่ารถจากจังหวัดอุดรธานี ไปจังหวัดเลย


หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ

ประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย โทร. 0 4281 1746, 0 4283 3209
เทศบาลเมืองเลย โทร. 0 4281 1140
ที่ว่าการอำเภอเมืองเลย โทร. 0 4281 1213
ที่ว่าการอำเภอเชียงคาน โทร. 0 4282 1597
โรงพยาบาลเลย โทร. 0 4281 1541
สภอ.เมืองเลย โทร. 0 4281 1254
ททท.สำนักงานเลย โทร. 0 4281 2812,0 4281 1405

Link ที่น่าสนใจ

สำนักงานจังหวัดเลย

http://www.loei.go.th

ททท.สำนักงานเลย

http://www.tourismthailand.org/loei

สถานที่ท่องเที่ยวเด่นของจังหวัดเลย

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
อุทยานแห่งชาติภูเรือ
อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (ชื่อเดิมคืออุทยานแห่งชาตินาแห้ว)
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ อำเภอภูเรือ
สวนหินผางาม อำเภอหนองหิน
วนอุทยานน้ำตกห้วยเลา อำเภอภูหลวง
แก่งคุดคู้ อำเภอเชียงคาน
หมู่บ้านไททรงดำ อำเภอเชียงคาน
ศูนย์ศิลป์สิรินธร โรงเรียนศรีสงครามวิทยา อำเภอวังสะพุง
สวนรุกขชาติ 100 ปี (กรมป่าไม้) อำเภอวังสะพุง
ศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
ห้วยกระทิง อำเภอเมืองเลย
พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน วัดโพนชัย อำเภอด่านซ้าย
วัดพระธาตุศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย
วัดเนรมิตรวิปัสสนา อำเภอด่านซ้าย
ภูลมโล อำเภอด่านซ้าย
พระธาตุสัจจะ อำเภอท่าลี่

 

เทศกาล

เทศกาลผีตาโขน